การต่อสู้ระหว่างร้านค้าชุมชนกับร้านสะดวกซื้อ 

พาไปร้านค้าในชุมชนจะมีโอกาสอย่างไรบ้างในการพัฒนาศักยภาพในการขายหรือเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้กับร้านค้าเหล่านั้นนี่คือคำถามที่เกิดขึ้นมากมายเมื่อมีการสำรวจในพื้นที่ยิ่งในตัวเมืองใหญ่ๆและในตามตัวเมืองกรุงเทพฯก็ตามร้านค้าขนาดเล็กมีความเสี่ยงอย่างมากในการดึงดูดลูกค้ารวมไปถึงร้านค้าชุมชนที่ในปัจจุบันก็มีการขยายตัวของร้านสะดวกซื้อเป็นอย่างมากเข้าไปถึงแหล่งชุมชนก่อนหน้านี้เป็นเพียง 1 ตำบลมีแค่ 1 หรือ2 จุด เท่านั้น

แต่ในปัจจุบันมีการขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นถึงใน 1 ตำบลก็มีมากกว่า 5-6 ร้านบางสถานที่ที่มีคนอยู่หนาแน่นก็มีการเข้าไปประกอบธุรกิจหรือขยายธุรกิจของธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้ามาทำให้ธุรกิจขนาดเล็กอยู่ลำบากในปัจจุบันร้านค้าชุมชนของหมู่บ้านนั้นก็ถูกกลุ่มนายทุนต่างๆมาลงธุรกิจเขาจึงต้องหามาตรการต่างๆและนโยบายต่างๆเพื่อมาให้ร้านค้าของเขาสามารถอยู่ได้หรือสามารถสู้กับร้านค้าสะดวกซื้อขนาดใหญ่ที่เข้ามากระจายอยู่ในเมืองหรือในตัวหมู่บ้านเอง

การหาข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมากๆกว่าในปัจจุบันมีความต้องการขอสินค้าไปในทิศทางไหนบ้างเพราะถ้าหากขาดข้อมูลนัดตรงนี้ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเราสามารถลงสินค้าอะไรได้บ้างเราก็ไม่สามารถเจาะจงไปว่าการลงทุนในครั้งนี้จะสามารถนำสินค้าทั้งหมดนำออกมาขายได้หรือเปล่ายกตัวอย่างเช่นในหมู่บ้านหนึ่งมีร้านค้าอยู่ร้านค้า 1 ประชากรโดยรอบโดยประมาณ 50 หลังคาเรือนหรือเรา 100-120 คนในหมู่บ้านนั้นๆราคานี้ถือว่าเป็นร้านค้าชุมชนแต่เขาขาดข้อมูลในการที่จะรู้ได้ว่าคนในชุมชนของเขานิยมทาน

หรือว่ามีความต้องการสินค้าอะไรเป็นหลักเช่นสินค้าอุปโภคบริโภคยกตัวอย่างเช่นน้ำปลาพริกกระเทียมต่างๆมีความต้องการหรือเปล่าเขาจึงลงสินค้ามากมายบางสินค้าก็ไม่มีความต้องการในหมู่บ้านนั้นจึงทำให้การลงทุนนั้นสูญเปล่ากินเงินทุนหรือแม้แต่กำไรที่ต้องสูญเสียไปเพราะว่าขาดข้อมูลในการลงทุน

แต่ถ้าหากเขามีข้อมูลว่าในแต่ละเดือนจะมีผู้ที่มาซื้อของอะไรบ้างเช่นยกตัวอย่าง 50 หลังคาเรือนในทุกๆเดือนเขาจะมาซื้อข้าวสารโดยเฉลี่ยแล้วคือบ้านละ 1 ถังต่อเดือนนี้จะทำให้เขาสามารถลงสินค้าได้โดยประมาณก็คือข้าวสาร 50 ถังในแต่ละเดือนก็จะสามารถระบายสินค้าได้อย่างดีซึ่งเขาสามารถสต๊อกสินค้าได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณก็คือเราๆ 65-70 ถังต่อ 1 เดือนที่เขาสามารถลงมาเป็นจำนวนที่สามารถเผื่อได้เขาก็ไม่ได้เสียเงินทุนมากนัก

ในการลงสินค้าเพราะว่าสามารถระบายได้ในเดือนต่อไปหากไม่มีการขายได้นี่คือประโยชน์ของการตรวจสอบว่ามีความต้องการมากเท่าไหร่ในชุมชนนั้นๆสำหรับสินค้าที่เขานำมาขายนี่จึงเป็นโอกาสสำหรับร้านค้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่าในการที่เขาจะลงสินค้าในแต่ละอย่างเขาจำเป็นต้องขายให้ได้ตามความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกนั้นเขาก็จะไม่สูญเสียเงินทุนในการลงทุนที่สิ้นเปลือง และเหลือกำไรมากยิ่งขึ้นจึงเป็นโอกาสในการต่อสู้ของร้านค้าในชุมชนกับร้านสะดวกซื้อที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

 

 

ขอขอบคุณ    ีดฟิำะ   ที่ให้การสนับสนุน