เจ้าของร้านโกดังชาบู ขอประกาศปิดกิจการสู้ไม่ไหว 

       ขอประกาศปิดกิจการสู้ไม่ไหว  เชื่อว่าหลายคนคงเคยจำได้ว่าในช่วงประมาณปีพศ 2563 ซึ่งเป็นช่วงประมาณกลางปีได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ออกมาไลฟ์สดประกาศต่อต้านรัฐบาลที่มีการสั่งให้มีการล็อคดาวห้ามขายอาหารโดยระบุว่าเธอจะไม่ปิดร้านของเธออย่างแน่นอนเพราะเธอนั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส covid มาแล้ว

และเธอมีหนี้สินเป็นจำนวนมากถ้าหากเธอปิดร้านเธอก็จะไม่มีรายได้มาจุนเจือคนในครอบครัวซึ่งในครั้งนั้นได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมากจนมีคนเข้ามาช่วยเหลือสั่งอาหารชาบูจากร้านเธอเป็นจำนวนมากสามารถทำให้เธอนั้นดำเนินธุรกิจเปิดร้านชาบูของเธอต่อไปได้

    อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ. 2565 เจ้าของร้านชาบูเจ้าเดิมก็ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านทาง Social Media ของตนเองประกาศขอปิดกิจการร้านแบบถาวรและในไลฟ์สดของเธอนั้นเธอยังได้มีการประกาศให้เช่าหรือเซ้งพื้นที่ร้านอีกด้วย

นอกจากนี้ข้าวของภายในร้านของเธอก็ยังมีการประกาศออกมาขายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นจานชามหรือหม้อโต๊ะเก้าอี้ต่างๆโดยต้องการที่จะนำเงินจากการขายของได้ในครั้งนี้ไปทำการใช้หนี้ของเธอเองเนื่องจากว่าในขณะนี้เธอมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก

         เจ้าของร้านชาบูดังกล่าวชื่อว่าคุณแก้วได้ระบุว่าเธอได้มีการพยายามอย่างยิ่งที่จะประคับประคองร้านของเธอให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้แต่เธอนั้นไม่สามารถที่จะต่อสู้ไหวอีกแล้วซึ่งในขณะที่ไลฟ์สดนั้นเธอก็ร้องไห้ไปด้วยโดยระบุว่าในขณะนี้หนี้สินของเธอนั้นท่วมหัวไม่สามารถที่จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ได้แล้วในขณะเดียวกัน

สามีของเธอก็เครียดจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วในตอนนี้ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปในท้ายที่สุดแล้วเธอจำเป็นที่จะต้องปิดร้านเพื่อเอาของภายในร้านมาขายเพื่อเป็นการใช้หนี้และมาใช้รักษาสามีของเธอนั้นเอง 

       สำหรับร้านชาบูดังกล่าวนั้นอยู่แถวย่านตลาดพลูมีชื่อว่าร้านโกดังชาบูซึ่งแต่เดิมนั้นได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าคนไทยเองนั้นก็ชอบกินชาบูเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วและร้านนี้ก็ทำอาหารอร่อยได้ที่สำคัญอยู่ย่างกลางใจชุมชนที่มีผู้คนไปใช้บริการกันเยอะ

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประเทศไทยต้องเจอกับปัญหาการระบาดของไวรัส covid หลายธุรกิจนั้นต้องเจอกับวิกฤตซึ่งธุรกิจชาบูเองก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันไม่ใช่เพียงแค่ร้านโกดังชาบูเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจยังมีร้านชาบูร้านอื่นๆที่มีการปิดกิจการร้านไปเยอะแยะมากมาย

ซึ่งทั้งนี้ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐบาลนั้นแก้ไขปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนก่อนที่ประชาชนจะกลายมาเป็นโรคซึมเศร้ากันทั้งประเทศและอาจจะมีประชาชนอีกหลายร้อยคนที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายเหมือนกับวิกฤตต้มยำกุ้งกันเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บหลัก