กระทรวงศึกษาธิการ งัดกฎเหล็กสู้โควิด

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คำคำนี้ยังคงสามารถนำมายึดใช้กับยุคปัจจุบัน ยุคที่ทุกคนต้องดูแลตัวเองกันก่อน หากมัวแต่รอคนมาช่วยคงไม่ไหว เพราะกับสภาวะสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดโรคไข้ไวรัสระบาดโควิด 19 นั้น แม้แต่หน่วยงานบริษัทฯ กระทรวงรัฐต่างๆ ก็ต้องออกมาตรการในบริษัทฯ หรือหน่วยงานของตัวเองเพื่อป้องกันผู้ร่วมงานและพนักงานทุกๆ คน โดยล่าสุดหน่วยงานรัฐ อย่างกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ออกมาประกาศกฎเหล็กให้กับพนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งการประกาศนี้ เป็นการตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของบุคคลากรในสังกัด ที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว จึงทำให้มีมาตรการนี้ออกมาเพื่อพนักงานทุกคนดังนี้

  1. ให้พนักงานหรือบุคลากรทุกคนในองค์กร ต้องมีการติดป้ายแสดงตนตลอดเวลาที่อยู่ในสถานที่ปฎิบัติงาน สำหรับผู้เข้ามาติดต่อราชการ ต้องมีการแลกบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางหน่วยงานราชการออกให้เท่านั้น ทุกครั้ง
  2. ให้พนักงานและข้าราชการทุกท่านต้องเข้ารับการอบรมตามโครงการอบรบพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ หลักสูตร การเป็นข้าราชการที่ดี ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบ เฝ้าระวังตนเอง 
  3. ได้จัดให้มีการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัด สามารถปฏิบัติงานได้ที่บ้านตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ต เช่นประชุมกันทางไกลเป็นต้น โดยมีการเปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อกลับได้โดยตลอดเวลา และให้ทุกหน่วยงาน หน่วยการศึกษา สังกัดในกระทรวง จัดบุคคลกรหมุนเวียน สลับวันทำงาน วันเว้นวัน ยกเว้นผู้บริหารระดับสูง ระดับต้น ระดับอำนวยการ  ประเภทวิชาการชำนาญการพิเศษ ประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มฝ่ายงาน ระดับเชี่ยวชาญ และระดับผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งแม่บ้าน นักการภารโรง ให้มาทำงานตาม

ปรกติ

  1. ให้ทุกหน่วยจัดตั้งจุดคัดกรอง และเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิทางร่างกาย ในทุกทางเข้าออกของอาคาร โดยการทำการตรวจวัดอุณหภูมิทางรายกายทุกคน ทุกครั้งที่มีการเข้าออกอาคาร หากพบว่ามีไข้สูงเกิน 37.5 องศา ให้กลับบ้านเพื่อเฝ้าระวังตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา และให้ปฏิบัติตนตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
  2. ให้ทุกหน่วยงาน มีการทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีคุณภาพ และทำความสะอาดพื้นที่ทำงานในทุกๆ จุดทั้งภายในและภายนอกอาคารทุกสามสิบวัน
  3. จัดให้มีแอลกอฮอลล์เจลทุกจุดเข้าออกอาคาร ห้องประชุม สำนักงานและสถานที่ปฏิบัติการ หน้าลิฟท์ ฯลฯ
  4. การจัดประชุม อบรมหรือสัมมนา ต้องมีการใส่หน้ากากอนามัย และจัดให้นั่งห่างกันไม่น้อยกว่า หนึ่งเมตร รวมทั้งให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุด อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ซึ่งหลังจากมีมาตรการนี้มานั้น ทำให้แต่ละกระทรวงเริ่มปฏิบัติตามกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ความเชื่อทางจิตใจ

เมื่อเวลาคนเราถึงทางตัน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่ตรงหน้าได้ สิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เราผ่อนคลายหรือรู้สึกดีขึ้นได้นั้น  คงหนีไม่พ้นการสวดมนต์หรือขอพรเพื่อเป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ดังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่คนไทยทุกคนมองหาโอกาสและความหวังในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้ไวรัสโควิด19 ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอการแก้ปัญหาและแนวทางวิสัยทัศน์จากรัฐบาลว่าจะออกมาในรูปแบบใด

เพื่อให้ประชาชนได้รู้สึกว่าชีวิตของเรานั้นยังมีความปลอดภัยอยู่ และล่าสุดรัฐบาลไทยได้ออกนโยบายให้คนไทยหันมาสวดอ้อนวอนขอพรศักดิ์สิทธิ์ จากพระผู้เป็นเจ้า เพื่อช่วยปัดเป่ารักษาและคลายทุกข์ให้กับประชาชน ซึ่งความเชื่อนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกส่วนตัวบุคคลที่ไม่อาจก้าวก่ายหรือต่อว่ากันได้ 

ล่าสุดพระชื่อดัง ได้ออกมาบอกกล่าวมาทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของท่านว่า การสวดมนต์ไม่ช่วยขับไล่โรคระบาด หนำซ้ำจะทำให้มีการระบาดกันมากขึ้นเพราะมานั่งชุมนุมกันสวดมนต์ ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า ในสมัยโบราณตั้งแต่ย้อนไปในสมัยรัชกาลที่สองนั้น ได้เกิดโรคระบาดที่ชื่อว่าโรคห่า ทำให้มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า สามหมื่นคน ซึ่งในขณะนั้น

ที่พระราชสำนักก็ได้ใช้วิธีการให้พระสงฆ์จำนวน ห้าร้อยรูป มานั่งสวดมนต์และพรมน้ำมนต์เพื่อขับไล่โรคระบาดนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นในพระบันทึกประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้ามิได้ทรงตรัสคำสั่งสอนไว้ให้แก้โรคภัยพวกนี้ เพราะโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผี แต่เกิดขึ้นเพราะดินฟ้าอากาศ และความประพฤติที่อยู่ที่กินของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีวิญญาณจะให้ขับไล่ได้

การกระทำเช่นนี้ยังอาจจะทำให้เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นไปอีกกับพระสงฆ์ ทำไมคนโบราณยังเข้าใจ แต่พวกเราซึ่งเกิดในยุคสมัยใหม่นี้ ยังได้ลองทำในสิ่งที่คนโบราณทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จอีกเหล่า การอ้างเรื่องความไม่สบายใจก็เป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ แต่การป้องกันระมัดระวังตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

ไม่อยากให้คิดว่าการที่จะเอาพระสงฆ์มานั่งสวดนี้ จะทำให้โรคไข้ไวรัสโควิด19 นี้จะหายไป เพราะถ้าจะให้ไข้ไวรัสนี้หายไปจริงๆ นั้น คนไทยต้องช่วยกันป้องกันจากตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปยังผู้อื่น ดังคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นความเชื่อทางด้านจิตใจของส่วนบุคคล หากทำแล้วสบายใจก็ทำเถอะ แต่ก็ขอให้ยึดว่า ดูแลตัวเองให้ปลอดภัย และแข็งแรง เพื่อที่จะได้เป็นการป้องกันอีกทาง

 

สนับสนุนโดย  gclub

ธุรกิจเกี่ยวกับความสนุกของเด็กๆ คิดส์ซาเนีย

ธุรกิจเกี่ยวกับความสนุกของเด็กๆ คิดส์ซาเนีย โลกแห่งจินตนาการแห่งการเรียนรู้ 

                เรียกได้ว่าสวนสนุก ที่มีของเล่นมากมาย กับเด็กเด็กนั้นเป็นของคู่กันอยู่แล้ว  หากต้องการทำกำไรจากธุรกิจสามารถบอกได้เลยว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเด็กเด็กจะสร้างกำไรให้ได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียวและธุรกิจที่กำลังน่าจับตามองอยู่ในขณะนี้ก็คือ ธุรกิจของคิดส์ซาเนีย การสร้างเมืองจำลองให้เด็กแด็กเข้าไปเล่นและใช้จินตนาการ  สำหรับที่คิดส์ซาเนีย หลายคนคงคิดว่าเป็นสถานที่เอาไว้ให้เด็กเด็กเข้าไปเล่นของเล่นเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะที่นี่จะมีการนำการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนจริงจริงมาจำลองสถานการณ์ให้เด็กเด็กได้ลองเล่นผ่านของเล่นที่เหมือนกับของจริง

มีอาชีพที่เด็กเด็กอาจจะเคยใฝ่ฝันอยากเป็นให้หนูหนูน้องน้อง ลองแต่งตัวเหมือนและลองทำกิจกรรมตามอาชีพนั้นนั้น โดยจะมีสกุลเงินของคิดส์ซาเนียให้ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต เรียนรู้การใช้เงิน เรียนรู้เรื่องการทำงานของแต่ละอาชีพ ที่คิดส์ซาเนียมีของเล่นมากมายที่จะให้เด็กเด็กได้เข้าไปเล่นสนุกแบบไม่มีวันเบื่อ  ซึ่งปัจจุบัน เราจะเห็นว่าที่คิดส์ซาเนีย มีการขยายสาขาออกมามากมายหลายสาขาด้วยกัน ซึ่งจากการสำรวจเฉพาะในเขตกรุงเทพนั้น ก็มีมากถึง 77 แห่งด้วยกัน เชื่อไหมว่าหากมาเล่นที่นี่แล้ว

แค่เพียงวันเดียวอาจจะไม่เพียงพอให้เด็กเด็กเล่นกิจกรรมของที่นี่ได้ทั้งหมด เพราะมีมากมายหลายอาชีพที่เด็กเด็กเข้าไปเล่นได้ ทั้งอาชีพหมอ อาชีพยาบาล อาชีพนักข่าว อาชีพสไตสิสต์ อาชีพนักดับเพลิง อาชีพนักบิน อาชีพทหาร อาชีพตำรวจเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการให้เด็กเด็กทำกิจกิจกรรม ทำยำม่ม่า ลองเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านฟาดฟู๊ดต่างต่างเช่น ร้าน KFC หรือพิซซ่า

และยังให้ทดลองเป็นพนักงานขาย เช่น พนักงานเซเว่น  ซึ่งการจำลองการเล่นเสหมือนจริงแบบนี้ไม่สามารถหาเล่นที่ไหนได้แล้ว จึงทำให้ธุรกิจประเภทนี้จะเติบโตขึ้นอยากมากในอนาคต ด้วยเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเล่นของเด็กและยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์จึงมีการสนับสนุนพาบุตรหลานไปเล่นที่คิดส์ซาเนียกันมาก

ซึ่งหากเราอยากมีรายได้ได้ในช่วงที่เป็นแบบนี้กิจกรรมที่เกี่ยวกับเด็กน่าจะเป็นอะไรที่สร้างรายได้ให้ได้มากเหมือนกัน เพราะผู้ปกครองบางคนก็ไม่ได้ค่อยมีเวลาให้เด็กมากนัก ดังนั้นหากมีสถานที่ที่จะสามารถปล่อยให้เด็กเด็กเล่นได้ในพื้นที่ที่ไม่เป็นอันตราย และตัวผู้ปกครองสามารถเข้าไปนั่งคอยสังเกตการณ์และสามารถนำคอมฯ เข้าไปทำงานระหว่างที่ลูกเล่นได้ด้วยจะเป็นธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองได้ และสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ดี

 

 

เป็นนายหน้าขายกะทิสด 

เอ๊ะๆๆวันนี้เราจะพาไปดูเป็นนายหน้ากันครับไม่ใช่นานหน้าที่ขายที่  ขายทางนะครับ ไม่นายหน้าที่เป็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์นะครับ แต่ว่าเป็นนายหน้าในการที่เรานั้นจะขายกะทิสดกันครับ 

   เริ่มแรกนั้นเราต้องหาเจาะกลุ่มเข้าไปที่เป็นตลาด พรุ่งตรงไปที่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายกับข้าวที่ขายแกงที่เรานั้นคิดว่าต้องใช้กะทิกันเยอะๆอ่ะครับไปหาคนที่เราหน้าดีดีๆใจดีเมื่อเรานั้นไปสอบถามเลยว่าเรานั้นจะมาขายกะทิสดที่เรานั้นคั้นมาเป็นน้ำให้นั้นจะส่งให้ที่แม่ค้านั้นเท่าไหร่แล้วแม่ค้านั้นต้องใช้กะทินั้นกี่กิโลต่อวัน

 ดังนั้นเราต้องไปติดต่อคนที่ทำกะทินั้นขายว่าเขานั้นจะขายกะทิให้เรานั้นกิโลละเท่าไหร่แต่ที่เรานั้นพอรู้ๆว่าหน้าจะกิโลละ50 บาท แต่ถ้าวันหนึ่งเราจะซื้อเขานั้นหลายกิโลนั้นจะลดให้เรานั้นประมาณเท่าไหร่ โดยส่วนนั้นเราเคนทำอยู่แล้ว ซึ่งคนขายกะทินั้นก็ให้เรานั้นอยู่ที่กิโลละ40-43 บาท เรานั้นจะได้ค่าส่วนต่างอยู่ที่ 7-10 บาทดังนั้นเมื่อเราจะรับกะทิพี่เขานั้นไปขายเราจะได้ค่าส่วนต่างอย่างเช่น ถ้าเรานั้นส่งให้ด้วยแล้วเขาใช้วันล่ะ 50 กิโลเรานั้นจะได้คาส่วนต่าง

  อันดับที่สองนั้นให้เรานั้นทำนามบัตรแล้วแจกให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ทำกับข้าวหรือว่าขนมหวาน เพื่อที่เรานั้นจะยกระดับให้เรานั้นดูดีมีหน้าตาหน่อยยกตัวอย่างเช่นจำหน่ายกะทิสดบริการนั้นส่งถึงที่แล้วเรานั้นก็ใสเบอร์ที่ติดต่อกับเราและเฟสบุ๊ค  ลาย ไอจี ซึ่งจะดูว่าเรานั้นเป็นมืออาชีพ และเมื่อเรานั้นได้นามบัตรแล้วให้เรานั้นไปแจกจ่ายให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเมื่อเรานั้นได้กลุ่มของพ่อค้าแม่ค้าแล้ว ครามนี้ให้เรานั้นไปเจาะกลุ่มตามโรงเรียน โรงงาน ดูที่เรานั้นสะดวกและก็ใกล้ๆกับเรา

โดยส่วนตัวนั้นผมเคยประสบความสำเร็จกับโรงเรียนประถมเพราะว่าโรงเรียนประถมนั้นทำกับข้าเองส่วนโรงเรียนมัธยมนั้นเขาจะจ้างพ่อครัวแม่ครัวนั้นมาจากข้างนอกมาขายในโรงเรียนโดยผมนั้นอยากให้เน้นตามโรงเรียนประถม ครับขายง่ายซึ่งเรานั้นก็เข้าไปที่โรงอาหารไปหาแม่ครัวเลยว่าเรามาขายกะทิสดครั้นแต่ว่าราคานั้นเท่ากับท้องตลาดเลยแต่ว่าเรานั้นบริการส่งถึงที่ครับ

  แต่ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่นั้นเขาจะใช้น้ำกะทิวันละ 15-20 กิโลและถ้าหากว่าเรานั้นได้ 6 โรงเรียน จะได้วันละ 90 กิโลแล้วค่าส่วนต่าง ที่เรานั้นได้ 7 บาท เรานั้นก็จะได้ 90x 7 = 630 บาทแล้วหักค่าน้ำมันที่เรานั้นต้องไปส่ง 200 บาท เรานั้นจะเหลือกำไลวันละ 430 บาท ก็ถือว่าโอเคนะ เพราะว่าเรานั้นใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการที่เรานั้นส่งกะทิ หรือว่าบางวันนั้นอาจจะมีเสริมพวกที่มีงานบวช งานศพ  งานแต่งอีก ก็ต้องย่อมใช้กะทิ ส่วนที่ใครนั้นอยากจะลองทำนั้นก็ลองหาอาชีพนั้นดูเพื่อว่าจะร่ำรวยจากการเป็นนายหน้าขายกะทิ 

 

ขายน้ำเต้าหู้  

น้ำเต้าหู้นั้นอยู่คู่กับคนไทยนั้นมายาวเพราะว่าในน้ำเต้าหู้นั้นมีประโยชน์มากมายแถมกินแล้วผิวขาวช่วยในเรื่องของน้ำหนักอีกด้วยนะเพราะว่าว่าในน้ำเต้าหู้มีประโยชน์มากกว่าการที่เรานั้นไปกินน้ำอัดลมเสียอีกและก็อีกอย่างนั้นราคาก็ไม่แพงเหมือนกับน้ำอัดลมอีกด้วย ซึ่งให้เรานั้นลองคิดว่าเมื่อเรานั้นหันไปทางไหนก็ลองสังเกตว่ามีแต่คนที่ขายน้ำเต้าหูกันเยอะเหมือนกัน

เพราะว่าน้ำเต้าหู้นั้นสามารถทำให้คนนั้นรวยกันมาเยอะแล้ว สร้างรากฐานนั้นมาจากการที่เริ่มขายน้ำเต้าหู้เนี่ยแหล่ะ เพียงแค่เรานั้นต้องมีความอดทน  และมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะว่าการขายน้ำเต้าหู้นั้นต้องใช้ความอดทน ความซื่อตรง พอเรานั้นมีโอกาสนั้นแล้วเราก็ควรที่จะกอบโกยและเงินที่จะมานั้นไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน 

 เรานั้นมาดูขั้นตอนในการทำน้ำเต้าหู้นั้นมีอะไรบ้าง  

 สูตรในการที่เรานั้นทำน้ำเต้าหู้  

  •  ถั่วเหลือง  1 กิโลกรัม หรือว่าเป็นถั่วที่ผ่าซีกแล้วก็ได้ 
  • น้ำตาลทรายขาวละเอียด 350 กรัม  
  • เกลือไอโอดีน ป่น  1ช้อนชา 
  • น้ำสะอาดประมาณ 8ลิตร 

อุปกรณ์ที่เรานั้นต้องเตรียม 

  1. ผ้าขาวบางนั้นสองผืน    2. เครื่องปั่นเอาไว้ปั่นถั่วเหลืองที่เรานั้นแช่น้ำแล้ว    3. หม้อหรือว่ากะละมัง 2 ใบ 

ขั้นตอนในการทำ 

เริ่มจากที่เรานั้นต้องเอาถั่วเหลืองนั้นแช่น้ำ ประมาณ 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นเราก็นำถั่วเหลืองมากรองด้วยตะกร้าที่เป็นรูเพื่อที่จะได้ให้น้ำนั้นสะเด็ด และต่อมานั้นเราก็เอาถั่วเหลือที่สะเด็ดน้ำแล้วนั้นมาปั่น เวลาที่เรานั้นปั่นให้ปั่นแค่ครึ่งโถพอเพราะว่าเรานั้นจะเติมน้ำเปล่านั้นลงไปในโถปั่นนั้นด้วย เราควรที่จะปั่นประมาณ 2-3 นาทีถั่วนั้นจะละเอียด แล้วก็นำไปใส่ในหม้อ  หรือว่ากะละมังที่เรานั้นเตรียมกันไว้ จากนั้นให้เรานั้นกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อที่เรานั้นจะกรองเอากากถั่วเหลืองนั้นออก พอเรานั้นปั่นถั่วเหลืองนั้นหมดนำน้ำเต้าหู้ที่เรานั้นกรองครั้งแรกนั้นไปกรองในผ้าขาวบางนั้นอีกรอบ

เมื่อเรานั้นกรองเสร็จแล้วให้เรานั้นนั้นเอาไปตั้งไฟสามารถที่จะเปิดไฟนั้นแรงได้จากนั้นถ้าเราอยากให้มีกลิ่นที่หมอให้เรานั้นใส่ใบเตยลงไปในหม้อสักสองสามใบ โดยที่เรานั้นต้องคนไปเรื่อยๆและก็ค่อยๆตักฟองนั้นออก ให้หมด พอเริ่มน้ำเต้าหู้นั้นเดือดเราก็หรี่ไฟนั้นให้เบาลงจากนั้นเราก็ใส่น้ำตาลและเกลือป่นนั้นลงไปแต่ถ้าว่าเรานั้นทำขายให้เราไปตักใส่ข้างนอกเวลาที่ลูกค้านั้นมาซื้อ จบไปแล้วสำหรับในการทำน้ำเต้าหู้ที่สามารถสร้างรายได้จากหลักร้อยให้เป็นหลักล้านได้ถ้าเรานั้นรู้จักหาช่องทาง 

 

ได้รับการสนับสนุน  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท