“บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์” ประกาศแขวนเกือกหลังลงเล่นมานาน 17 ปี

 

   บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์ดาวดังของทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชาวเยอรมนี ดีกรีเเชมป์โลก ได้ออกมาประกาศแขวนสตั๊ด เลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากอยู่บนเส้นทางฟุตบอลมายาวนานถึง 17 ปี 

อดีตกองกลางดาวดังของ บาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทาการเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม หลังจากที่ต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง ชิกคาโก ไฟร์ ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบเลย์ออฟในถ้วย เอ็มแอลเอส คัพ ประจำฤดูกาล 2019

ชไวน์สไตเกอร์ ได้ลงเล่นในเกมสุดท้ายของอาชีพกับ ชิกคาโก ไฟร์ ในเกมที่บุกไปเยือน ออร์ลันโด้ ซิตี้ 5-2 เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา และอดีตกองกลางทีมชาติ เยอรมนี ที่ปัจจุบันอายุ 35 ปี ได้ออกมายืนยันว่าตนเองถึงเวลาแล้วที่ต้องหันหลังให้กับการลงเล่นฟุตบอลในฐานะผู้เล่นอาชีพ

ชไวน์สไตเกอร์ กล่าวว่า “ถึงแฟนๆ ที่รัก มันถึงเวลาแล้วจริงๆ ผมจะหยุดเส้นทางอาชีพของผมในช่วงจบฤดูกาลนี้ ผมอยากจะขอบคุณทุกๆ คน ขอบคุณทีมของผม ทั้ง เอฟเซ บาเยิร์น, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ชิคาโก้ ไฟร์ และ ทีมชาติเยอรมนี พวกคุณได้มอบช่วงเวลาที่เหลือเชื่อให้กับผม!”

“และแน่นอน ผมต้องขอขอบคุณ อนา อิวาโนวิช ภรรยาของผม และครอบครัวของผม สำหรับการสนับสนุนของพวกเขา การกล่าวอำลาในฐานะนักเตะที่ยังคงเล่นอยู่ ทำให้ผมรู้สึกทั้งสุขและเศร้าเมื่อมองกลับไปในอดีต แต่ผมก็มองไปถึงความท้าทายอันน่าตื่นเต้นที่รอผมอยู่ข้างหน้าเช่นกัน ผมจะยังคงศรัทธาในฟุตบอล”

“ขอบคุณจริงๆ สำหรับช่วงเวลาที่เราอยู่ร่วมกัน หัวใจของผมยังมีที่ว่างไว้ให้กับคุณเสมอ! ขอบคุณจากใจ, บาสตี้” ชไวน์สไตเกอร์ เปิดใจผ่าน ทวิตเตอร์

ชไวน์สไตเกอร์ ถือว่าเป็นนักบอลคนหนึ่งที่ประสบณ์ความสำเร็จกับเส้นทางฟุตบอลที่ผ่านมา 17 ปีของเขาโดยที่ อยู่กับทาง บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2002-2015 ได้คว้าเเชมป์ บุนเดสลีกา 8 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 7 สมัย, เดเอฟแอล ซูเปอร คัพ 2 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

หลังจากนั้นได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในช่วงสั้นๆระหว่างปี 2015-2016 และได้คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 1 สมัยในฤดูกาล 2015/16 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับ ชิกคาโก ไฟร์ ที่เป็นสโมสรสุดท้ายของการค้าเเข้งของเขา ส่วนผลงานในนามทีมชาติของเขารับใช้ทีมชาติไปทั้งหมด 121 นัดทำไป 14 ประตูและยังเป้นคนสำคัญที่ช่วยทีมชาติเยอรมนี คว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2014 ด้วย