การกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาในส่วนของการวางแผนโครงการ 

การจัดทำโครงการส่วนใหญ่มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอนแต่สิ่งที่จะทำให้ปัญหาเหล่านั้นผ่านและลุล่วงไปได้ด้วยดี คือการประเมินปัญหาไว้ตั้งแต่ล่วงหน้าว่าปัญหาเหล่านั้นจะเกิดอะไรในโครงการต่างๆที่บริษัทต่างๆได้จัดทำไว้ในส่วนนี้เองจะต้องมีการระบุปัญหาในส่วนต่างๆเพื่อให้อนาคตสามารถวางแผนในการกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาได้ในส่วนนี้เอง จะเป็นส่วนของที่ต้องมีแบบแผนในการวางหรือระบุปัญหาต่างๆเพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตมีความผิดพลาดน้อยลง

หรือว่าสามารถป้องกันการผิดพลาดของปัญหาเหล่านั้นได้สิ่งนี้เอง จึงจำเป็นจะต้องหาสาเหตุของปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางด้านความผิดพลาดทางด้านความคิด

หรือแม้แต่จะเป็นความผิดพลาดในการสื่อสารงานต่างๆรวมถึงความผิดพลาดทางด้านเทคนิคการที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างผิดวัตถุประสงค์ จะทำให้ในการจัดตั้งโครงการต่างๆมีความล่าช้าเป็นอย่างมาก นี่เองจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมจำเป็นจะต้องมีการค้นหาในส่วนของปัญหาต่างๆ มีการวางแผนโครงการต่างๆ จากโครงการที่มีแผนได้วางไว้หากมีความขัดแย้งกันภายในโครงการไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษาหรือปัญหาที่ได้กำหนด 

จะทำให้มีการกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาไว้ก่อนเพื่อที่จะป้องกันและลดความเสี่ยงในการที่จะทำให้ปัญหาเหล่านั้น มีผลกระทบต่อในส่วนของโครงการเพราะว่าการดำเนินโครงการในแต่ละครั้งหากมีปัญหาที่จะทำให้โครงการเรานั้นผิดสัญญาต่อลูกค้า หรือว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานเหล่านี้ไปได้ด้วยการตรงต่อเป้าหมายสูงสุดของการจัดตั้งโครงการ 

หรือแม้แต่จะทำให้โครงการมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถเสร็จได้ เรานี้เองจึงไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าปัญหาจะถูกแก้ไขภายใต้ในส่วนของการจัดทำ จึงมีความจำเป็นอย่างมากว่าการกำหนดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยระบุปัญหาเหล่านี้ไปในส่วนของโครงการและวิธีการแก้ไขปัญหาในส่วนต่างๆ จะช่วยให้โครงการเหล่านี้สามารถกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหา หรือสร้างวิธีการป้องกันที่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้มีผลกระทบต่องานน้อยลงหรือว่าจะทำให้มีแผนรองรับปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 เพื่ออย่างน้อยที่สุดจะทำให้ในส่วนของผู้บริหารโครงการมีความมั่นใจในการดำเนินงานในส่วนต่างๆถึงแม้ว่าในอนาคตอาจเกิดปัญหาขึ้น แต่ก็มีแผนสำรองในการรองรับและการจัดการในส่วนของปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนนี้เองจึงจำเป็นอย่างยิ่งว่าการกำหนดปัญหาต่างๆ

ในโครงการและวิธีการแก้ไขปัญหา ให้ผู้ที่ดำเนินโครงการหรือผู้ที่มีความคิดเห็นในที่ประชุมได้รับทราบถึงปัญหาเหล่านี้และทราบรายละเอียดของแผนการต่างๆ ว่าในอนาคตอาจมีข้อผิดพลาดดังกล่าวเกิดขึ้น และดำเนินโครงการภายใต้ความระมัดระวังที่มีการวางแผนไว้อย่างรอบคอบจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและทำให้โครงการของบริษัทสามารถทำได้และประสบความสำเร็จโดยปราศจากปัญหาต่างๆหรือลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ole777

กระทรวงศึกษาธิการ งัดกฎเหล็กสู้โควิด

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คำคำนี้ยังคงสามารถนำมายึดใช้กับยุคปัจจุบัน ยุคที่ทุกคนต้องดูแลตัวเองกันก่อน หากมัวแต่รอคนมาช่วยคงไม่ไหว เพราะกับสภาวะสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดโรคไข้ไวรัสระบาดโควิด 19 นั้น แม้แต่หน่วยงานบริษัทฯ กระทรวงรัฐต่างๆ ก็ต้องออกมาตรการในบริษัทฯ หรือหน่วยงานของตัวเองเพื่อป้องกันผู้ร่วมงานและพนักงานทุกๆ คน โดยล่าสุดหน่วยงานรัฐ อย่างกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ออกมาประกาศกฎเหล็กให้กับพนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งการประกาศนี้ เป็นการตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของบุคคลากรในสังกัด ที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว จึงทำให้มีมาตรการนี้ออกมาเพื่อพนักงานทุกคนดังนี้

  1. ให้พนักงานหรือบุคลากรทุกคนในองค์กร ต้องมีการติดป้ายแสดงตนตลอดเวลาที่อยู่ในสถานที่ปฎิบัติงาน สำหรับผู้เข้ามาติดต่อราชการ ต้องมีการแลกบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางหน่วยงานราชการออกให้เท่านั้น ทุกครั้ง
  2. ให้พนักงานและข้าราชการทุกท่านต้องเข้ารับการอบรมตามโครงการอบรบพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ หลักสูตร การเป็นข้าราชการที่ดี ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบ เฝ้าระวังตนเอง 
  3. ได้จัดให้มีการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัด สามารถปฏิบัติงานได้ที่บ้านตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ต เช่นประชุมกันทางไกลเป็นต้น โดยมีการเปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อกลับได้โดยตลอดเวลา และให้ทุกหน่วยงาน หน่วยการศึกษา สังกัดในกระทรวง จัดบุคคลกรหมุนเวียน สลับวันทำงาน วันเว้นวัน ยกเว้นผู้บริหารระดับสูง ระดับต้น ระดับอำนวยการ  ประเภทวิชาการชำนาญการพิเศษ ประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มฝ่ายงาน ระดับเชี่ยวชาญ และระดับผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งแม่บ้าน นักการภารโรง ให้มาทำงานตาม

ปรกติ

  1. ให้ทุกหน่วยจัดตั้งจุดคัดกรอง และเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิทางร่างกาย ในทุกทางเข้าออกของอาคาร โดยการทำการตรวจวัดอุณหภูมิทางรายกายทุกคน ทุกครั้งที่มีการเข้าออกอาคาร หากพบว่ามีไข้สูงเกิน 37.5 องศา ให้กลับบ้านเพื่อเฝ้าระวังตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา และให้ปฏิบัติตนตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
  2. ให้ทุกหน่วยงาน มีการทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีคุณภาพ และทำความสะอาดพื้นที่ทำงานในทุกๆ จุดทั้งภายในและภายนอกอาคารทุกสามสิบวัน
  3. จัดให้มีแอลกอฮอลล์เจลทุกจุดเข้าออกอาคาร ห้องประชุม สำนักงานและสถานที่ปฏิบัติการ หน้าลิฟท์ ฯลฯ
  4. การจัดประชุม อบรมหรือสัมมนา ต้องมีการใส่หน้ากากอนามัย และจัดให้นั่งห่างกันไม่น้อยกว่า หนึ่งเมตร รวมทั้งให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุด อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ซึ่งหลังจากมีมาตรการนี้มานั้น ทำให้แต่ละกระทรวงเริ่มปฏิบัติตามกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ความเชื่อทางจิตใจ

เมื่อเวลาคนเราถึงทางตัน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่ตรงหน้าได้ สิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เราผ่อนคลายหรือรู้สึกดีขึ้นได้นั้น  คงหนีไม่พ้นการสวดมนต์หรือขอพรเพื่อเป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ดังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่คนไทยทุกคนมองหาโอกาสและความหวังในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้ไวรัสโควิด19 ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอการแก้ปัญหาและแนวทางวิสัยทัศน์จากรัฐบาลว่าจะออกมาในรูปแบบใด

เพื่อให้ประชาชนได้รู้สึกว่าชีวิตของเรานั้นยังมีความปลอดภัยอยู่ และล่าสุดรัฐบาลไทยได้ออกนโยบายให้คนไทยหันมาสวดอ้อนวอนขอพรศักดิ์สิทธิ์ จากพระผู้เป็นเจ้า เพื่อช่วยปัดเป่ารักษาและคลายทุกข์ให้กับประชาชน ซึ่งความเชื่อนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกส่วนตัวบุคคลที่ไม่อาจก้าวก่ายหรือต่อว่ากันได้ 

ล่าสุดพระชื่อดัง ได้ออกมาบอกกล่าวมาทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของท่านว่า การสวดมนต์ไม่ช่วยขับไล่โรคระบาด หนำซ้ำจะทำให้มีการระบาดกันมากขึ้นเพราะมานั่งชุมนุมกันสวดมนต์ ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า ในสมัยโบราณตั้งแต่ย้อนไปในสมัยรัชกาลที่สองนั้น ได้เกิดโรคระบาดที่ชื่อว่าโรคห่า ทำให้มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า สามหมื่นคน ซึ่งในขณะนั้น

ที่พระราชสำนักก็ได้ใช้วิธีการให้พระสงฆ์จำนวน ห้าร้อยรูป มานั่งสวดมนต์และพรมน้ำมนต์เพื่อขับไล่โรคระบาดนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นในพระบันทึกประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้ามิได้ทรงตรัสคำสั่งสอนไว้ให้แก้โรคภัยพวกนี้ เพราะโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผี แต่เกิดขึ้นเพราะดินฟ้าอากาศ และความประพฤติที่อยู่ที่กินของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีวิญญาณจะให้ขับไล่ได้

การกระทำเช่นนี้ยังอาจจะทำให้เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นไปอีกกับพระสงฆ์ ทำไมคนโบราณยังเข้าใจ แต่พวกเราซึ่งเกิดในยุคสมัยใหม่นี้ ยังได้ลองทำในสิ่งที่คนโบราณทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จอีกเหล่า การอ้างเรื่องความไม่สบายใจก็เป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ แต่การป้องกันระมัดระวังตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

ไม่อยากให้คิดว่าการที่จะเอาพระสงฆ์มานั่งสวดนี้ จะทำให้โรคไข้ไวรัสโควิด19 นี้จะหายไป เพราะถ้าจะให้ไข้ไวรัสนี้หายไปจริงๆ นั้น คนไทยต้องช่วยกันป้องกันจากตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปยังผู้อื่น ดังคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นความเชื่อทางด้านจิตใจของส่วนบุคคล หากทำแล้วสบายใจก็ทำเถอะ แต่ก็ขอให้ยึดว่า ดูแลตัวเองให้ปลอดภัย และแข็งแรง เพื่อที่จะได้เป็นการป้องกันอีกทาง

 

สนับสนุนโดย  gclub

ธุรกิจเกี่ยวกับความสนุกของเด็กๆ คิดส์ซาเนีย

ธุรกิจเกี่ยวกับความสนุกของเด็กๆ คิดส์ซาเนีย โลกแห่งจินตนาการแห่งการเรียนรู้ 

                เรียกได้ว่าสวนสนุก ที่มีของเล่นมากมาย กับเด็กเด็กนั้นเป็นของคู่กันอยู่แล้ว  หากต้องการทำกำไรจากธุรกิจสามารถบอกได้เลยว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเด็กเด็กจะสร้างกำไรให้ได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียวและธุรกิจที่กำลังน่าจับตามองอยู่ในขณะนี้ก็คือ ธุรกิจของคิดส์ซาเนีย การสร้างเมืองจำลองให้เด็กแด็กเข้าไปเล่นและใช้จินตนาการ  สำหรับที่คิดส์ซาเนีย หลายคนคงคิดว่าเป็นสถานที่เอาไว้ให้เด็กเด็กเข้าไปเล่นของเล่นเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะที่นี่จะมีการนำการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนจริงจริงมาจำลองสถานการณ์ให้เด็กเด็กได้ลองเล่นผ่านของเล่นที่เหมือนกับของจริง

มีอาชีพที่เด็กเด็กอาจจะเคยใฝ่ฝันอยากเป็นให้หนูหนูน้องน้อง ลองแต่งตัวเหมือนและลองทำกิจกรรมตามอาชีพนั้นนั้น โดยจะมีสกุลเงินของคิดส์ซาเนียให้ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต เรียนรู้การใช้เงิน เรียนรู้เรื่องการทำงานของแต่ละอาชีพ ที่คิดส์ซาเนียมีของเล่นมากมายที่จะให้เด็กเด็กได้เข้าไปเล่นสนุกแบบไม่มีวันเบื่อ  ซึ่งปัจจุบัน เราจะเห็นว่าที่คิดส์ซาเนีย มีการขยายสาขาออกมามากมายหลายสาขาด้วยกัน ซึ่งจากการสำรวจเฉพาะในเขตกรุงเทพนั้น ก็มีมากถึง 77 แห่งด้วยกัน เชื่อไหมว่าหากมาเล่นที่นี่แล้ว

แค่เพียงวันเดียวอาจจะไม่เพียงพอให้เด็กเด็กเล่นกิจกรรมของที่นี่ได้ทั้งหมด เพราะมีมากมายหลายอาชีพที่เด็กเด็กเข้าไปเล่นได้ ทั้งอาชีพหมอ อาชีพยาบาล อาชีพนักข่าว อาชีพสไตสิสต์ อาชีพนักดับเพลิง อาชีพนักบิน อาชีพทหาร อาชีพตำรวจเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการให้เด็กเด็กทำกิจกิจกรรม ทำยำม่ม่า ลองเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านฟาดฟู๊ดต่างต่างเช่น ร้าน KFC หรือพิซซ่า

และยังให้ทดลองเป็นพนักงานขาย เช่น พนักงานเซเว่น  ซึ่งการจำลองการเล่นเสหมือนจริงแบบนี้ไม่สามารถหาเล่นที่ไหนได้แล้ว จึงทำให้ธุรกิจประเภทนี้จะเติบโตขึ้นอยากมากในอนาคต ด้วยเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเล่นของเด็กและยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์จึงมีการสนับสนุนพาบุตรหลานไปเล่นที่คิดส์ซาเนียกันมาก

ซึ่งหากเราอยากมีรายได้ได้ในช่วงที่เป็นแบบนี้กิจกรรมที่เกี่ยวกับเด็กน่าจะเป็นอะไรที่สร้างรายได้ให้ได้มากเหมือนกัน เพราะผู้ปกครองบางคนก็ไม่ได้ค่อยมีเวลาให้เด็กมากนัก ดังนั้นหากมีสถานที่ที่จะสามารถปล่อยให้เด็กเด็กเล่นได้ในพื้นที่ที่ไม่เป็นอันตราย และตัวผู้ปกครองสามารถเข้าไปนั่งคอยสังเกตการณ์และสามารถนำคอมฯ เข้าไปทำงานระหว่างที่ลูกเล่นได้ด้วยจะเป็นธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองได้ และสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ดี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

เป็นนายหน้าขายกะทิสด 

เอ๊ะๆๆวันนี้เราจะพาไปดูเป็นนายหน้ากันครับไม่ใช่นานหน้าที่ขายที่  ขายทางนะครับ ไม่นายหน้าที่เป็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์นะครับ แต่ว่าเป็นนายหน้าในการที่เรานั้นจะขายกะทิสดกันครับ 

   เริ่มแรกนั้นเราต้องหาเจาะกลุ่มเข้าไปที่เป็นตลาด พรุ่งตรงไปที่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายกับข้าวที่ขายแกงที่เรานั้นคิดว่าต้องใช้กะทิกันเยอะๆอ่ะครับไปหาคนที่เราหน้าดีดีๆใจดีเมื่อเรานั้นไปสอบถามเลยว่าเรานั้นจะมาขายกะทิสดที่เรานั้นคั้นมาเป็นน้ำให้นั้นจะส่งให้ที่แม่ค้านั้นเท่าไหร่แล้วแม่ค้านั้นต้องใช้กะทินั้นกี่กิโลต่อวัน

 ดังนั้นเราต้องไปติดต่อคนที่ทำกะทินั้นขายว่าเขานั้นจะขายกะทิให้เรานั้นกิโลละเท่าไหร่แต่ที่เรานั้นพอรู้ๆว่าหน้าจะกิโลละ50 บาท แต่ถ้าวันหนึ่งเราจะซื้อเขานั้นหลายกิโลนั้นจะลดให้เรานั้นประมาณเท่าไหร่ โดยส่วนนั้นเราเคนทำอยู่แล้ว ซึ่งคนขายกะทินั้นก็ให้เรานั้นอยู่ที่กิโลละ40-43 บาท เรานั้นจะได้ค่าส่วนต่างอยู่ที่ 7-10 บาทดังนั้นเมื่อเราจะรับกะทิพี่เขานั้นไปขายเราจะได้ค่าส่วนต่างอย่างเช่น ถ้าเรานั้นส่งให้ด้วยแล้วเขาใช้วันล่ะ 50 กิโลเรานั้นจะได้คาส่วนต่าง

  อันดับที่สองนั้นให้เรานั้นทำนามบัตรแล้วแจกให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ทำกับข้าวหรือว่าขนมหวาน เพื่อที่เรานั้นจะยกระดับให้เรานั้นดูดีมีหน้าตาหน่อยยกตัวอย่างเช่นจำหน่ายกะทิสดบริการนั้นส่งถึงที่แล้วเรานั้นก็ใสเบอร์ที่ติดต่อกับเราและเฟสบุ๊ค  ลาย ไอจี ซึ่งจะดูว่าเรานั้นเป็นมืออาชีพ และเมื่อเรานั้นได้นามบัตรแล้วให้เรานั้นไปแจกจ่ายให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเมื่อเรานั้นได้กลุ่มของพ่อค้าแม่ค้าแล้ว ครามนี้ให้เรานั้นไปเจาะกลุ่มตามโรงเรียน โรงงาน ดูที่เรานั้นสะดวกและก็ใกล้ๆกับเรา

โดยส่วนตัวนั้นผมเคยประสบความสำเร็จกับโรงเรียนประถมเพราะว่าโรงเรียนประถมนั้นทำกับข้าเองส่วนโรงเรียนมัธยมนั้นเขาจะจ้างพ่อครัวแม่ครัวนั้นมาจากข้างนอกมาขายในโรงเรียนโดยผมนั้นอยากให้เน้นตามโรงเรียนประถม ครับขายง่ายซึ่งเรานั้นก็เข้าไปที่โรงอาหารไปหาแม่ครัวเลยว่าเรามาขายกะทิสดครั้นแต่ว่าราคานั้นเท่ากับท้องตลาดเลยแต่ว่าเรานั้นบริการส่งถึงที่ครับ

  แต่ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่นั้นเขาจะใช้น้ำกะทิวันละ 15-20 กิโลและถ้าหากว่าเรานั้นได้ 6 โรงเรียน จะได้วันละ 90 กิโลแล้วค่าส่วนต่าง ที่เรานั้นได้ 7 บาท เรานั้นก็จะได้ 90x 7 = 630 บาทแล้วหักค่าน้ำมันที่เรานั้นต้องไปส่ง 200 บาท เรานั้นจะเหลือกำไลวันละ 430 บาท ก็ถือว่าโอเคนะ เพราะว่าเรานั้นใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการที่เรานั้นส่งกะทิ หรือว่าบางวันนั้นอาจจะมีเสริมพวกที่มีงานบวช งานศพ  งานแต่งอีก ก็ต้องย่อมใช้กะทิ ส่วนที่ใครนั้นอยากจะลองทำนั้นก็ลองหาอาชีพนั้นดูเพื่อว่าจะร่ำรวยจากการเป็นนายหน้าขายกะทิ 

 

สนับสนุนโดย  will8

ขายน้ำเต้าหู้  

น้ำเต้าหู้นั้นอยู่คู่กับคนไทยนั้นมายาวเพราะว่าในน้ำเต้าหู้นั้นมีประโยชน์มากมายแถมกินแล้วผิวขาวช่วยในเรื่องของน้ำหนักอีกด้วยนะเพราะว่าว่าในน้ำเต้าหู้มีประโยชน์มากกว่าการที่เรานั้นไปกินน้ำอัดลมเสียอีกและก็อีกอย่างนั้นราคาก็ไม่แพงเหมือนกับน้ำอัดลมอีกด้วย ซึ่งให้เรานั้นลองคิดว่าเมื่อเรานั้นหันไปทางไหนก็ลองสังเกตว่ามีแต่คนที่ขายน้ำเต้าหูกันเยอะเหมือนกัน

เพราะว่าน้ำเต้าหู้นั้นสามารถทำให้คนนั้นรวยกันมาเยอะแล้ว สร้างรากฐานนั้นมาจากการที่เริ่มขายน้ำเต้าหู้เนี่ยแหล่ะ เพียงแค่เรานั้นต้องมีความอดทน  และมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะว่าการขายน้ำเต้าหู้นั้นต้องใช้ความอดทน ความซื่อตรง พอเรานั้นมีโอกาสนั้นแล้วเราก็ควรที่จะกอบโกยและเงินที่จะมานั้นไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน 

 เรานั้นมาดูขั้นตอนในการทำน้ำเต้าหู้นั้นมีอะไรบ้าง  

 สูตรในการที่เรานั้นทำน้ำเต้าหู้  

  •  ถั่วเหลือง  1 กิโลกรัม หรือว่าเป็นถั่วที่ผ่าซีกแล้วก็ได้ 
  • น้ำตาลทรายขาวละเอียด 350 กรัม  
  • เกลือไอโอดีน ป่น  1ช้อนชา 
  • น้ำสะอาดประมาณ 8ลิตร 

อุปกรณ์ที่เรานั้นต้องเตรียม 

  1. ผ้าขาวบางนั้นสองผืน    2. เครื่องปั่นเอาไว้ปั่นถั่วเหลืองที่เรานั้นแช่น้ำแล้ว    3. หม้อหรือว่ากะละมัง 2 ใบ 

ขั้นตอนในการทำ 

เริ่มจากที่เรานั้นต้องเอาถั่วเหลืองนั้นแช่น้ำ ประมาณ 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นเราก็นำถั่วเหลืองมากรองด้วยตะกร้าที่เป็นรูเพื่อที่จะได้ให้น้ำนั้นสะเด็ด และต่อมานั้นเราก็เอาถั่วเหลือที่สะเด็ดน้ำแล้วนั้นมาปั่น เวลาที่เรานั้นปั่นให้ปั่นแค่ครึ่งโถพอเพราะว่าเรานั้นจะเติมน้ำเปล่านั้นลงไปในโถปั่นนั้นด้วย เราควรที่จะปั่นประมาณ 2-3 นาทีถั่วนั้นจะละเอียด แล้วก็นำไปใส่ในหม้อ  หรือว่ากะละมังที่เรานั้นเตรียมกันไว้ จากนั้นให้เรานั้นกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อที่เรานั้นจะกรองเอากากถั่วเหลืองนั้นออก พอเรานั้นปั่นถั่วเหลืองนั้นหมดนำน้ำเต้าหู้ที่เรานั้นกรองครั้งแรกนั้นไปกรองในผ้าขาวบางนั้นอีกรอบ

เมื่อเรานั้นกรองเสร็จแล้วให้เรานั้นนั้นเอาไปตั้งไฟสามารถที่จะเปิดไฟนั้นแรงได้จากนั้นถ้าเราอยากให้มีกลิ่นที่หมอให้เรานั้นใส่ใบเตยลงไปในหม้อสักสองสามใบ โดยที่เรานั้นต้องคนไปเรื่อยๆและก็ค่อยๆตักฟองนั้นออก ให้หมด พอเริ่มน้ำเต้าหู้นั้นเดือดเราก็หรี่ไฟนั้นให้เบาลงจากนั้นเราก็ใส่น้ำตาลและเกลือป่นนั้นลงไปแต่ถ้าว่าเรานั้นทำขายให้เราไปตักใส่ข้างนอกเวลาที่ลูกค้านั้นมาซื้อ จบไปแล้วสำหรับในการทำน้ำเต้าหู้ที่สามารถสร้างรายได้จากหลักร้อยให้เป็นหลักล้านได้ถ้าเรานั้นรู้จักหาช่องทาง 

 

ได้รับการสนับสนุน  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

ธุรกิจที่กำลังจะร่วงและธุรกิจที่กำลังจะรุ่ง

เนื่องจากในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เป็นอยู่นี้ค่อนข้างที่จะผันผวน

หรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือ เป็นช่วงขาลงของเศรษฐกิจของประเทศไทยเลยทีเดียวจะเห็นได้ว่ามีบริษัทมากมายหลายบริษัทที่ปิดตัวลงไปและอีกหลายบริษัทที่กำลังย่ำแย่ ยิ่งช่วงนี้มีทั้งเชื้อโรคที่กำลังระบาด การท่องเที่ยวก็ซบเซาตามไปด้วย ประชาชนคนไทยหลายคนตกงาน และยังหางานทำกันไม่ได้เลย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีธูรกิจไนบ้างที่ช่วงนี้มีแนวโน้มว่าจะรุ่ง สร้างผลงานและกำไรให้กับเจ้าของกิจการ และมีธุรกิจไหนกันบ้างที่กำลังจะต้องเผชิญชะตากรรมตกอยู่ในสภาวะขาดทุนแน่นอนในปี 2563 นี้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นในเรื่องของการคาดการณ์จากแนวโน้มความน่าจะเป็นเท่านั้น ยังไม่มีอะไรตายตัวว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เราลองมาดูกันค่ะว่าอันไนจะรุ่งอันไหนจะร่วง 

สำหรับธุรกิจที่คาดว่าจะทำกำไรและสร้างรายได้ให้กับเจ้าของกิจการอย่างดีในปี พ.ศ. 2563 นี้ได้แก่ ธุรกิจแพลตฟอร์ม หรือตัวกลางทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ,ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ,ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศ , ธุรกิจเกมส์ และนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น,ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์,ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม,ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจบน Street food จากความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากนโยบายในการเปิดถนนคนเดินเน้นการท่องเที่ยว,ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ,ธุรกิจด้าน fintech,ธุรกิจก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน,ที่ปรึกษาด้านกฎหมายธุรกิจเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อ

และในส่วนของธุรกิจที่คาดว่าจะซบเซาลงไปในปี พ.ศ. 2563 นี้ได้แก่ ธุรกิจเช่าหนังสือ,ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร,ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ต,ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์วารสาร,ธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์,ธุรกิจด้านการค้าแบบดั้งเดิม,ธุรกิจคนกลาง,ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ความจำรวมถึงธุรกิจสถานศึกษาเอกชนและร้านถ่ายรูป

  จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ธุรกิจแนวนี้มีการปิดตัวของบริษัทลงเรื่อยเรื่อยหลายบริษัทแล้ว ซึ่งในอนาคตก็จะมีการปิดตัวลงเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้น หากใครที่จะหางานทำก็ควรดูแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจให้ดีเพื่อเป็นแนวทางสำหรับเอาไว้ไปสมัครงาน เพราะหากต้องสมัครงานอย่างยากลำบากแล้วอยู่ได้ไม่นานบริษัทกลับมาเจ้งคงจะไม่ดีแน่แน่ และในส่วนของเจ้าของกิจการเองก็จะได้หาแนวทางดูแลและป้องกันไม่ให้ธุรกิจของตัวเอง ประสบกับปัญหา ควรหาวิธีการสมัยใหม่มาช่วยพัฒนาบริษัทของตนเองให้อยู่รอดไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เป็นแบบนี้  เพื่อที่เราจะได้ผ่านวิกฤติแล้วนำพาบริษัทกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งให้ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวจาก  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ซาลาเปาดั้งเดิมสู่แฟนซี

เรานั้นต้องยอมรับว่าซาลาเปาเป็นยอดนิยมของผู้ที่บริโภคอย่างมากจากที่เคยขายในห้องอาหารจีนมาสู่การขายตามห้าง ตามร้านค้า ตามตลาดนัด และตอนนี้ก็รวมไปถึงการขายในโลกออนไลน์จนสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้ขายนั้นมากมายจากการทำไส้ที่เรียกว่าลาวา บ้างก็ว่าไส้ไหลทำให้ซาลาเปาที่เคยเห็นแบบชินตานั้นกับมามองเป็นของที่ดึงดูดลูกค้าเวลาที่เรานั้นแบ่งครึ่งของซาลาเปานั้นออกมาจะมีเนื้อครีมที่ไหลออกมา  ทำให้น่ากินอย่างสุดๆเลยกลายให้เป็นสินค้าที่มีจุดขายเด่นซึ่งมาในปัจจุบัน

ซาลาเปาลาวา อาจจะมีคู่แข่งขันในการขายมากขึ้น

แม้แต่ดันกิ้งโดนัทก็ต้องออกมาพัฒนาสินค้าใหม่ๆแต่ว่าอยู่ในรูปแบบเดิมอย่างโดนัทลาวาเป็นต้น ให้เป็นทางเลือกของลูกค้า ซึ่งเมื่อมีการแข่งขันกันเกิดขึ้นก็ต้องสร้างสรรค์ในการออกแบบรูปแบบอกมาให้ลูกค้านั้นเป็นคนตัดสิน ซึ่งวันนี้เรานั้นจะพาไปรู้จักซาลาเปาลาวา ที่มีความโดดเด่นมีรสชาติที่อาร่อยและสีสันสวยงามและก็มีรูปแบบลายให้เรานั้นเลือกกินซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาเล่าถึงคุณกนกลักษณ์  ศรีลา หรือว่าคุณ โรส ที่เป็นผู้จัดการเจ้าของธุรกิจ แหม่ม ซาลาเปาลาวา ที่มีความคิดและแนวสร้างสรรค์แปลกแหวกแนวในการทำซาลาเปา  

จุดเริ่มต้นของการมาเป็นซาลาเปา

จาการที่เรานั้นได้พูดคุยกับคุณโรสทำให้รู้ว่าคุณโรสนั้นเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์จบระดับการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิทยาวิทยาการคอมพิวเตอร์แต่ว่าไม่ชอบงานเกี่ยวกับโปรแกรมเมอร์เพราะว่าไม่มีความสนุกสนานโดยส่วนตัวนั้นชอบงานที่เป็นศิลปะพอมาถึงตรงนี้หลายๆคนนั้นก็งงกับคำว่าแหม่ม ซาลาเปาเอาชื่อข้างหน้านั้นมาจากไหน ซึ่งเธอก็บอกว่าเมื่อก่อนนั้นบ้างของเขานั้นเปิดขายของเกี่ยวกับการขายของจำพวกแซนวิส  ขนมปังแล้วก็ทำส่งโดยให้เขานั้นมารับที่บ้านเพื่อที่ให้เขานั้นเอาไปขายต่อ

ซึ่งน้องสาวนั้นเคยเปิดขายซาลาเปาลาวาขึ้นมาแล้วน้องสาวนั้นก็ทำมาให้กินซึ่งว่าเรานั้นก็ชิมแล้วรู้สึกว่าอาร่อยก็เริ่มทำกินและก็เริ่มทำขายเริ่มแรกนั้นก็ทำขายให้กับเพื่อนๆและก็เริ่มสนุกเพราะว่าชอบจากนั้นก็เริ่มทำซาลาเปาขายโดยเริ่มจากว่าการทำหน้าซาลาเปาเริ่มแรกนั้นทำเป็นรูปยิ้มเพื่อที่จะส่งมอบให้คนที่ซื้อเพื่อให้เขานั้นได้

ซื้อไปแล้วยิ้มเหมือนกับการเป็นการขอบคุณเพื่อให้คนที่ซื้อเขาได้ประทับใจในการซื้อและก็ต่อมานั้นก็เริ่มที่จะพัฒนาในการแต่งรูปเพื่อให้ซาลาเปานั้นมีความโดดเด่นและก็แปลกตา๗กซาลาเปาโดยทั่งไปโดยที่เรานั้นเริ่มแต่หน้าซาลาเปาให้โดดเด่นเมื่อเจอกันก็ยิ้มให้กัน จากนั้นก็เริ่มที่จะทำหน้าอื่นๆ และก็ไส้ใหม่เพิ่มเติมเข้าไป จะเน้นการออกแบบให้หน้ารักเพราะว่าเรานั้นอยากมอบรอยยิ้มให้กันและก็ที่สำคัญนั้นอยากให้ลูกค้านั้นประทับใจตั้งแต่แรกเห็น

 

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

ธุรกิจเกี่ยวกับการเช่าเสื้อผ้า

 ช่วงนี้โรงเรียนของลูกสาวมีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ

ซึ่งกิจกรรมแต่ละรายการก็ต้องมีการแต่งตัวสวยๆ แต่หน้าทำผม อย่างเช่นในเดือนธันวาคม จะมีทั้งกิจกรรมคริสต์มาส  ปีใหม่ และงาน Open House แค่ 3 งานนี้แม่ๆทั้งหลายต่างก็เหนื่อยกับการเตรียมชุดให้ลูกสวมใส่กันมาก เพราะแต่ละงานชุดก็ต้องไม่เหมือนกันและชุดที่จะใส่มางานส่วนใหญ่ก็เน้นเป็นชุดเจ้าหญิง ชุดราตรี

ซึ่งเป็นชุดที่ใส่ครั้งเดียวแล้วก็แทบไม่ได้ใส่ไปไหนอีกเลย

ถ้าไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่ไหน และพอเดือนต่อมายังมาพ่อแม่ยังต้องมาเจอกีฬาสีที่ต้องมีทั้งชุดถือป้าย  ชุดเชียร์หรีดเดอร์ หรือแม้แต่ชุดดัมเมเยอร์ ซึ่งชุดเหล่านี้หากซื้อเก็บไว้ก็เป็นภาระกับตู้เสื้อผ้าเป็นอย่างมากเพราะเก็บเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ต้องรออีก 1 ปีถึงจะได้ใช้ใหม่ แต่หากครบปีลูกก็คงตัวใหญ่ขึ้นจนใส่ชุดเดิมไม่ได้ หรือแม้จะใส่ได้เขาก็ไม่อยากใส่ชุดเดิมของปีที่แล้ว นั่นจึงเป็นปัญหาทีพ่อแม่ทุกคนมักจะเจอเสมอเมื่อมีลูกกำลังอยู่ในวัยเรียนและชอบทำกิจกรรมกับที่โรงเรียน ดังนั้นเพื่อความประหยัดเงินของพ่อแม่

จึงเน้นหาชุดจากร้านให้เช่าชุดต่างๆมากมายที่เปิดขายและเช่าเสื้อผ้าผ่านทางระบบออนไลน์ หรือเดินทางไปที่ร้านดังกล่าวเองเลย แต่ส่วนใหญ่ก็จะพบกับปัญหา ชุดที่ร้านที่มีอยู่เก่าเกินไป สวยไม่ถูกใจเด็กและที่สำคัญราคาที่ปล่อยให้เช่า ณ ปัจจุบันแพงมากเท่ากับซื้อได้เลย เพราะเคยเช็คราค่าเช่า อยู่ที่1000 บาท ซึ่งหากสั่งตัดราคาอยู่ที่ 1200 บาท

ดังนั้นจึงเป็นปัญหาที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องเจอกันอย่างมากเป็นประจำทุกปี

ยิ่งหากโรงเรียนไหนจัดกิจกรรมช้ากว่าโรงเรียนอื่น ร้านที่ให้เช่าชุดก็จะไม่มีชุดให้เลือกมากนักเพราะจะมีคนมาเช่าชุดกันก่อนหมดแล้ว ส่วนที่มีเหลืออยู่ราคาเช่าก็จะอยู่ที่600-800 บาท แต่เสื้อผ้าก็ไม่สวยมากและสภาพก็ผ่านการใช้งานมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นพ่อแม่บางครั้งจึงตัดสินใจ ที่จะซื้อชุดมากกว่าเพื่อได้ชุดที่พอดีตัวกับลูกมากกว่าและสวยกว่าที่สำคัญราคาก็ไม่ต่างกันมาก ดังนั้นหากครอบครัวไหนที่มีลูกทำกิจกรรมบ่อยๆและต้องซื้อชุดใหม่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรม คุณสามารถเปิดธุรกิจใหม่ของคุณได้เลย

ด้วยการเปิดให้เช่าชุดที่คุณมีอยู่เพื่อเป็นการถอนทุนคืนจากการที่คุณต้องเสียเงินค่าชุดที่สั่งตัดไป อย่างน้อยชุดที่คุณปล่อยให้เช่า หากมีคนมาขอเช่า สัก 2-3 ครั้งคุณก็ได้กำไรจากการปล่อยเช่าชุดในครั้งนี้แล้ว ซึ่งเราอาจจะไม่ได้มีชุดให้เลือกมากนักเหมือนร้านที่เขาปล่อยเช่าชุดโดยตรงแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ชุดอยู่ในตู้เสื้อผ้าโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย

 

 

ขอขอบคุณเรื่องราวที่น่าสนใจโดย รู้ทันบาคาร่า

ธุรกิจ-การปรับตัวเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ของเจ้าของธุรกิจ

ในปัจจุบันแพลตฟอร์มด้านดิจิตอลเข้ามามีบทบาทด้านต่างๆ มากมายไม่เว้นแม้กระทั่งใช้ในเชิงธุรกิจ หากเจ้าขององค์กรยังออกแนว conservative หรือไม่คิดที่จะเปิดใจรับองค์ความรู้ใหม่ๆ เชื่อได้ว่า การดำเนินงานทางธุรกิจอาจสู้คู่แข่งไม่ได้ก็เป็นได้ 

องค์กรจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ ก็ต้องอาศัยความเป็นผู้นำของผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการให้มีใจใฝ่รู้ อบรมความรู้ความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมแก่พนักงาน ให้มีความคิดสร้างสรรค์ไปในทิศเดียวกัน 

ต่อไปนี้เป็นกลวิธีเบื้องต้นเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในทุกวันนี้ 

1.เจ้าของธุรกิจ ควรพยายามหาแนวทางด้านการตลาดใหม่ๆ ไม่ย่ำอยู่กับที่ เพราะวิทยาการของโลกมีการเปลี่ยนแปลงโดยตลอด เช่นในปัจจุบันมีการใช้เงินสกุลดิจิตัลมากขึ้น มีการทำรายการผ่าน อินเตอร์เน็ต แบงค์กิ้ง เป็นผลให้จำนวนสาขาของธนาคารลดลง

กลยุทธ์ด้านการขายที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่นกลยุทธ์การขายแบบ plus sale ขายสินค้า 2 ชิ้นแถม 1 ชิ้น เพื่อเพิ่มยอดขาย เป็นต้น

2.เพิ่มทักษะให้ลูกจ้าง เจ้าของธุรกิจพึงคำนึงไว้ว่า ลูกจ้างเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า การเพิ่มทักษะ ความชำนาญในพนักงานก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่นการเชิญวิทยากรจากภายนอกมาอบรมแก่พนักงานในบริษัท และการจ่ายเงินโบนัสเพิ่มเติมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ลูกจ้าง เป็นต้น

3.นายจ้างต้องพยายามปรับ mindset ของตนเอง ให้เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่นเมื่อมีงานนิทรรศการเกี่ยวกับธุรกิจ SME ควรจะไปเข้ารับฟังการบรรยาย เพื่อเรียนรู้ว่าธุรกิจในยุคปัจจุบัน แต่ละ product มีการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใด เพื่อว่าจะนำไอเดียมาปรับใช้ภายในบริษัทได้

4.ให้รับฟัง feedback หรือข้อเสนอแนะจากลูกค้า บางครั้งเจ้าของธุรกิจไม่ทราบว่าจุดด้อยของสินค้าและบริการเป็นอย่างไร หากว่าได้รับข้อเสนอแนะเหล่านี้ จะทำให้บริษัทข้อบกพร่องตรงจุดนั้นมาปรับเปลี่ยนได้ โดยอาจจะปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ได้

5.สร้างวัฒนธรรมในองค์กร ชื่นชมลูกจ้างที่ทำดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เพื่อให้ลูกจ้างมีกำลังใจในการทำงานและจะรับรู้ได้ว่า นายจ้างมิได้ทอดทิ้งพวกเขาหรือว่าสนใจแต่เรื่องผลกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว

6.เจ้าของธุรกิจ นอกจากจะดูแลเรื่องการตลาด ผลประโยชน์ขององค์กรแล้ว ยังต้องใส่ใจดูแลสุขภาพและสวัสดิการของลูกจ้างด้วยเพื่อให้ได้ใจลูกน้องไปพร้อมๆ กัน

7.จัดให้มีกิจกรรม เพื่อสันทนาการ เช่นจัดให้มีกีฬาสี, กิจกรรมด้าน csr (corporate social responsibility) ที่บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม ฯลฯ

หากว่าองค์กรไหน มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี กล้าเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ด้านการตลาด ให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อได้รวดเร็ว องค์กรนั้นก็จะได้เปรียบเรื่องการขายสินค้าและมีโอกาสที่จะขายสินค้า เพื่อได้ผลกำไรจำนวนมาก 

 

 

สนับสนุนโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100