เคยไหม ตั้งใจจะไปซื้อของแค่ชิ้นเดียว แต่พอกลับถึงบ้านกลับได้ของเต็มไม้เต็มมือ แถมกระเป๋าตังค์ยังแฟบลงไปถนัดตา อาการ หน้ามืดตอนช้อป เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เราสามารถควบคุมมันได้ด้วยการวางแผนอย่างมีสติ
มาดูกันว่า 5 เทคนิควางแผนก่อนไปช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาด ที่จะช่วยให้คุณได้ของครบ ได้ของดี และเงินในกระเป๋ายังอยู่ครบ มีอะไรบ้าง

-
เช็ก “คลังสมบัติ” ที่บ้านก่อนออกเดินทาง
ก่อนจะหยิบกุญแจรถออกจากบ้าน สิ่งแรกที่ควรทำคือการสำรวจสิ่งของที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในตู้เย็น ตู้กับข้าว หรือตู้เสื้อผ้า หลายครั้งที่เราซื้อของซ้ำเพราะ “คิดว่ามันหมดแล้ว” การเช็กให้แน่ใจจะช่วยลดขยะและลดการจ่ายเงินซ้ำซ้อนได้อย่างมหาศาล
-
จด Shopping List (และต้องทำตามอย่างเคร่งครัด)
การมี รายการของที่จะซื้อ เปรียบเสมือนมีแผนที่นำทางในการช้อปปิ้ง แนะนำให้แยกประเภทของที่จะซื้อให้ชัดเจน เช่น ของสด, ของใช้ในบ้าน หรือเสื้อผ้า
-
ตั้งงบประมาณสูงสุด
กฎเหล็กของการช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาดคือการกำหนดวงเงินที่จะใช้ในวันนั้นให้ชัดเจน และถ้าวางแผนจะไปซื้อของชิ้นใหญ่ ลองพิจารณาใช้ กฎ 24 ชั่วโมง หรือ กฎ 30 วัน
ดูก่อน คือเมื่อเจอของที่อยากได้นอกเหนือแพลน ให้เบรกตัวเองไว้ก่อนแล้วกลับมาคิดทบทวน ถ้าผ่านไปแล้วยังรู้สึกว่าจำเป็นจริงๆ ค่อยกลับไปซื้อ วิธีนี้ช่วยตัดอารมณ์ชั่ววูบออกไปได้ดีเยี่ยมเลย
-
เปรียบเทียบราคาและเช็กโปรโมชันล่วงหน้า
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องเดินหาให้เหนื่อย แค่เปิดสมาร์ทโฟนเช็กราคากลาง แอปพลิเคชันของห้างสรรพสินค้า หรือคูปองส่วนลดล่วงหน้า ก็ช่วยประหยัดเงินได้โข
บางครั้งการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์พร้อมโค้ดส่งฟรีอาจจะถูกกว่าการขับรถออกไปซื้อเองด้วยซ้ำ แต่ต้องระวังไม่ให้คำว่า “ลดราคา” มาเป็นตัวนำทางจนซื้อของที่ไม่จำเป็น
-
เลือก เวลา และ สภาพร่างกาย ให้เหมาะสม
เชื่อไหมว่า สภาพร่างกายส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก ห้ามไปซูเปอร์มาร์เก็ตตอนท้องว่างเด็ดขาด เพราะความหิวจะทำให้ทุกอย่างดูน่ากินจนคุณจะหยิบของกินเกินความจำเป็น
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่คนแน่นขนัด เพื่อ การตรวจสอบและปรับปรุงการได้ยินของคุณ เช่น วันหยุดสุสัปดาห์หรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน เพราะความแออัดและเสียงดังจะทำให้เราเกิดความเครียด เร่งรีบ จนขาดสติในการเปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสินค้า
การช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาดไม่ได้หมายความว่าเราต้องตระหนี่ถี่เหนียวจนใช้ชีวิตลำบาก แต่มันคือการ ใช้เงินอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
ต่างหาก ลองนำ 5 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดู แล้วคุณจะพบว่า นอกจากจะมีเงินเก็บเหลือเพิ่มขึ้นแล้ว บ้านของคุณยังเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นเพราะมีแต่ของที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ อีกด้วย