หมูปิ้งสร้างรายได้ 

            หมูปิ้งสร้างรายได้  ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้อาจจะหมดแต่เลือกงานที่เป็นบริษัทใหญ่ให้เงินเดือนสูงอาจจะทำให้คุณมีโอกาสได้งานทำเลยในปีนี้  เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งประเทศกำลังได้รับผลกระทบจาก การระบาดของไวรัสโควิด-19 

        ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนทำได้ก็คือพยายามหากิจกรรมหรืองานของตนเองทำซึ่งบางครั้งงานที่ทำนั้นอาจจะไม่ต้องไปสมัครงานที่ไหนเพียงสร้างรายได้ขึ้นมาเป็นของตนเองอย่างอาชีพค้าขายก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของอาชีพเป็นอย่างมากเพราะแน่นอนว่าการค้าขายนั้นหากเราค้าขายพวกอาหารการกินมีความเป็นไปได้มากที่เราจะสามารถสร้างกำไรจากรายได้ดังกล่าว  

เพราะอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าเรื่องของอาหารการกินนั้นเป็นสิ่งสำคัญของทุกคนในทุกๆวันคนเราจะต้องกินอาหารอย่างน้อย 3 มื้อดังนั้นอาหารจึงสามารถขายได้หากเราสามารถปรุงอาหารให้มีรสชาติถูกปากของคนที่กินก็จะยิ่งสร้างรายได้ให้เรามากเป็นพิเศษเลยทีเดียวเพราะเมื่ออาหารรสชาติดีก็จะมีการพูดปากต่อปากทำให้มีลูกค้าเข้ามาเป็นจำนวนมากนั่นเอง

         หมูปิ้งสร้างรายได้  ธุรกิจที่สร้างรายได้และให้ผลตอบแทนเร็วใช้ระยะเวลาในการค้าขายไม่นานอีกหนึ่งอาชีพที่อยากแนะนำให้ทำนั่นก็คืออาชีพขายหมูปิ้ง  สิ่งสำคัญที่จะทำให้เรานั้นมีรายได้จากการขายหมูปิ้งนั่นก็คือทำเลหากเราหาทำเลที่เหมาะสมกับการขายหมูปิ้งได้ก็จะสามารถทำให้เราขายหมูปิ้งได้

ในปริมาณที่มากอย่างเช่นหากเรามีการไปตั้งร้านขายแถวบริเวณใกล้กับโรงเรียนหรือใกล้กับสถานที่ทำงานเป็นแหล่งรวมคนทำงานได้แล้วเราก็รับรองได้เลยว่าธุรกิจขายหมูปิ้งของเรานั้นจะก้าวหน้าและมีลูกค้าเยอะอย่างแน่นอนอีกครั้งถ้าหากหมูปิ้งของเรานั้นรสชาติอร่อยและมีความแตกต่างจากร้านอื่นๆเช่นอาจจะมีการเตรียมน้ำจิ้มไว้ให้กับลูกค้าก็จะช่วยให้ความแตกต่างนี้เองที่จะเป็นดึงดูดให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการร้านหมูปิ้งของเรามาก

      หลายคนอาจจะมีการดูถูกว่าหมูปิ้งเพียงแค่ไม้ละ 10 บาทหรือ 5 บาทเท่านั้นจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเราอย่างไรได้บ้างอย่าลืมว่าหมูปิ้งไม้ละ 5 บาทนั้นมีปริมาณเนื้อไม่ได้เยอะมากนักดังนั้นเมื่อคนซื้อไปอย่างต่ำก็ต้องซื้อประมาณ 3-4 ไม้ขึ้นไปซึ่งหากไม้ละ 5 บาท 4 ไม้แล้วก็จะได้เงิน 20 บาทแล้วอีกทั้งยังมีข้าวเหนียว หมูปิ้งสร้างรายได้  ซึ่งลูกค้าจะต้องซื้อคู่กันอยู่แล้วดังนั้นขั้นต่ำที่เราจะได้ในการขายของแต่ละครั้งก็คือ 25 บาทโดยหากมีการคำนวณต้นทุนแล้ว

              ต้นทุนในการขายหมูปิ้ง 25 บาทในครั้งนี้ต้นทุนจะแค่ประมาณ 10 บาทเพียงเท่านั้นเองหากเราไปซื้อหมูในปริมาณมากที่ร้านค้าอย่างเช่นแม็คโครซึ่งจะได้ราคาเนื้อหมูในราคาที่ถูกลงดังนั้นเมื่อต้นทุนน้อยและขายได้ในปริมาณมากก็จะสามารถทำให้เรามีรายได้ค่อนข้างเยอะในแต่ละวัน

และการขายหมูปิ้งนั้นขายเป็นแค่เฉพาะช่วงเวลาเช้ากับเย็นเพียงเท่านั้นในช่วงเวลากลางวันผู้คนก็จะไปกินอาหารที่เป็นอาหารจานหลักเช่นข้าวราดแกงหรือก๋วยเตี๋ยวแทนดังนั้นในช่วงเวลากลางวันเราจะมีเวลาที่จะหางานอื่นทำเสริมทำให้รายได้ในครอบครัวนั้นมีเงินเข้ามาได้ในปริมาณมากได้เลยทีเดียว 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

การยื่นเรื่องการล้มละลายของ ร้าน Sizzler 

         หากพูดถึง Sizzler ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี   สำหรับร้าน Sizzler นับได้ว่าเป็นร้านที่เปิดบริการมาได้หลายสิบปี ซึ่งการเปิดร้านครั้งแรกนั้นเกิดมีการเปิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงอาจจะเรียกได้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นสาขาแรกที่มีการเปิดการขายอาหารของร้าน  นั่นเอง ซึ่งสินค้าในร้าน Sizzler นั้นก็คือ สเต็ก  และสเต็กของร้าน Sizzler ก็เป็นที่นิยมทานกันเป็นอย่างมาก เพราะราคาไม่แพง คนระดับกลางสามารถจับต้องได้  

            หลังจากที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้บริหารของร้าน Sizzler เล็งเห็นรายได้ที่จะตามมาหากมีการเปิดสาขา ได้นั้น ร้าน Sizzler จึงมีสาขาเรื่อยมาหลายประเทศและหนึ่งในนั้นก็คือ ประเทศไทยนั่นเอง   อย่างไรก็ตามแต่สำหรับเรื่องของการเปิดสาขานั้น ร้าน Sizzler ไม่ได้เพียงมีแค่การเปิดสาขาเพียงเท่านั้น แต่ผู้บริหารยังเล็งเห็นผลกำไรที่จะได้รับหากมีการเปิดการขายแฟรนไชส์ ดังนั้น

            ปัจจุบันทั่วโหลจึงมีทั้งสาขาและแฟรนไชส์ของร้าน Sizzler มากกมายหลายเป็นร้อยๆร้านกันเลยทีเดียว เพราะแค่เพียงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เดียว นั้นก็มีแฟรนไชส์มากกว่าเก้าสิบแห่งแล้วยังไม่นับรวมสาขาหลักของร้าน Sizzler อีกมากกว่า 14 สาขาอีกด้วย 

   อย่างไรก็ตามแต่ ถึงแม้ว่าผู้คนจากทั่วโลกจะให้ความนิยมในการรับประทานสเต็กที่ร้าน Sizzler แต่เมื่อช่วงที่มีการเกิดการระบาดของไวรัสโควิดไปทั่วโลกนั้นทำให้ร้าน Sizzler ต่างก็ได้รับผลกระทบ เพราะร้านหลายประเทศถูกรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ทำให้คนไม่สามารถออกนอกบ้านได้ และร้านค้าต้องปิดบริการกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งรวมถึงร้าน Sizzler ด้วยเช่นกัน

   ดังนั้น ปัญหาที่ตามมาของร้าน Sizzler นั่นก็คือ ทางด้านผู้บริหารของร้าน Sizzler ซึ่งเขาดูแลเฉพาะสาขาของเขานั้น ต่อมีการยื่นเอกสารของล้มละลาย  นั่นก็เพราะว่าร้านทุกร้านของสาขา Sizzlerนั้นถึงแม้ว่าจะมีการปิดกิจการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสตามนโยบายของรัฐบาล แต่พวกเขาก็ยังคงต้องมีการชำระค่าเช่าพื้นที่ และยังคงต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกเดือน ดังนั้นทางด้านผู้บริหารเห็นว่า 

          การยื่นเรื่องผลกระทบเกี่ยวกับการเงินที่มีปัญหาเกี่ยวพันมาจากไวรัสลุกลามจนเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้พวกเขาจะสามารถฟื้นฟูธุรกิจของพวกเขาได้ หากมีการยื่นเรื่องล้มละลายไป ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับค่าเช่าได้อาจจะได้ราคาลดลง  รวมถึงการที่บริษัท Sizzler จะได้มีการจ่ายดอกเบี้ยได้น้อยลงด้วยเช่นกัน  

     จะเห็นได้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีมาทั่วโลก ซึ่งเกิดมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ทำให้ธุรกิจที่มีการเปิดมานานกว่า หกสิบกว่าปี ยังต้องยื่นเรื่องของล้มละลายได้เลย

ประเทศญี่ปุ่นส่ง แคมเปญคิดถึงคนไทย อยากให้ไปเที่ยว 

           สถานการณ์ทางด้านการท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้นับได้ว่ากำลังประสบปัญหาเป็นอย่างมากเมื่อแต่ละประเทศนั้นต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิช- ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงส่งผลให้แต่ละประเทศนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่ไม่มีนักท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศของตนเองเลยซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน  โดยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าในปัจจุบันนั้นยังไม่สามารถควบคุมได้จึงทำให้หลายประเทศนั้นจำเป็นต้องมีการสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศของตนเอง  

    อย่างไรก็ตามแต่จากการที่มีการออก การประกาศห้ามไม่ให้มีการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเองส่งผลให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศนั้นหยุดชะงักลง  รายได้ของแต่ละประเทศนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักเพราะขาดสภาพคล่องภายในประเทศโรงแรมต่างๆรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวปิดกิจการไปหลายแห่งอย่างไรก็ตามไม่ได้มีแค่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ

            และมีความต้องการอยากจะเปิดประเทศให้มีการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเกิดขึ้นประเทศอื่นๆก็ต่างก็เฝ้ารอเช่นเดียวกันตัวอย่าง เช่นประเทศญี่ปุ่นซึ่งในขณะนี้ได้มีการออกแคมเปญขึ้นมา  ด้วยแคมเปญที่ว่านี้เป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่าเป็นที่ทางประเทศญี่ปุ่นทำขึ้นมานั้นเป็นการเชิญชวนคนไทยโดยเฉพาะเนื่องจากว่าข้อความที่มีการเขียนเชิญชวนนั้นเป็นข้อความตัวหนังสือภาษาไทย

           รายละเอียดของข้อความนั้นคนญี่ปุ่นระบุว่าพวกเขายังรอให้นักท่องเที่ยวชาวไทยพากันไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น  และยังมีการเขียนในภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นด้วยว่า พวกเขานั้นคิดถึงคนไทย เป็นอย่างมากเลยทีเดียว แน่นอนว่าการประชาสัมพันธ์นี้เป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านทางโลกออนไลน์เรื่องจากว่าตอนนี้ประเทศไทยและญี่ปุ่นเองและยังไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวหากันได้

                 ดังนั้นแคมเปญนี้จึงผุดออกมาเพื่อหวังว่าในอนาคตอันใกล้หากมีการเปิดประเทศให้สามารถท่องเที่ยวระหว่างประเทศกันได้จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นจำนวนมากพากันเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าในแคมเปญนี้จะมีการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมไปเที่ยวกันมากออกมาให้ประชาชนชาวไทยได้ชมกันเพื่อที่จะได้ให้คนไทยนั้นคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นและเมื่อใดก็ตามที่สามารถไปเที่ยวได้เชื่อมั่นได้เลยว่าคนไทยเป็นจำนวนมากจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว

     สำหรับแคมเปญนี้เป็นการทำขึ้นมา  เอาไว้ล่วงหน้าเพื่อหวังดึงดูดให้คนไทย มีความต้องการอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะขึ้น และแน่นอนว่าหากเปิดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศขึ้นเมื่อไหร่ รับรองได้เลยว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นคงกลับมาดีเร็วขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย      gclub slot ทดลองเล่น

หน้ากากอนามัยจีนทะลักเข้าไทยแถมราคายังพุ่งสูงเพราะมีคนซื้อกักตุน

           ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิคครั้งใหม่ทำให้ต่างก็พากันหาซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อกักตุนเอาไว้ส่งผลทำให้ในขณะนี้ทางรัฐบาลไม่สามารถที่จะควบคุมราคาของหน้ากากอนามัยได้แล้วอีกครั้งในขณะนี้หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากประเทศจีนก็มีการนำมาขายในประเทศไทยอย่างเยอะแยะมากมายทำให้ในขณะนี้หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากจีนและหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากไทยต่างก็แข่งขันราคากันสูงมาก

            อย่างไรก็ตามมีรายงานออกมาว่าหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากประเทศจีนนั้นในขณะนี้มีคนไทยรับซื้อในปริมาณที่เยอะมากทำให้ราคาที่ซื้อได้นั้นอยู่ที่ประมาณ กล่องละ 30 บาทเท่านั้นเองส่งผลทำให้ผู้ค้ารายใหญ่ทำการติดต่อทางโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยของประเทศจีนโดยตรงและสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากประเทศจีนมาเป็นจำนวนนับไว้กล่องและนำมาปล่อยขายให้กับคนไทยในราคาที่ค่อนข้างสูง

           จากข้อมูลของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้มีการออกไปสำรวจร้านค้าต่างๆที่มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยจะเห็นได้ว่าในขณะนี้นั้นมีหน้ากากอนามัยขายเป็นจำนวนมากแต่ราคาที่มีการวางขายนั้นค่อนข้างที่จะราคาสูงอย่างมากเลยทีเดียวโดยหน้ากากอนามัยหากคุณสมบัติค่อนข้างดีมากเช่นมีความหนา 3 ชั้นถึง 4 ชั้นนั้นจะขายอยู่ที่ประมาณกล่องละ 125 บาทถึง 150 บาทซึ่ง 1 กล่องนั้นจะบรรจุไปด้วยหน้ากากอนามัยประมาณ 50 cm ด้วยกันแต่ในขณะเดียวกันถ้าหากหน้ากากอนามัยมีความบางมากกว่าราคาก็จะลดลงตามลำดับ   และบางที่จะมีการแบ่งขายแยกชิ้นซึ่งราคานั้นก็จะอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 5 บาทหรือบางคนก็จะมีการแบ่งขายเป็น 10 ชิ้นหรือ 5 ชิ้นโดยจะคิดราคาอยู่ที่ประมาณ 40 บาทหรือ 20 บาทนั่นเอง 

         นอกจากนี้ยังมีหน้ากากอนามัยที่บริเวณข้างกล่องนะมีการระบุว่ามีการผลิตมาจากประเทศจีนหรือบางกล่องนั้นมีการระบุว่ามีการผลิตมาจากประเทศเวียดนามนำมาวางขายแข่งกับหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศไทยด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากจีนและจากเวียดนามได้ที่ตลาดสำเพ็งซึ่งราคาต่อกล่องนั้นจะขายถูกกว่าหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศไทยเป็นอย่างมากโดยบางกล่องนั้นมีทั้งหมด 50 ชิ้นด้วยกันขายเพียงแค่กล่องละ 90 บาทเท่านั้นเองทำให้ในขณะนี้หน้ากากอนามัยนับเป็นสินค้าที่ไม่สามารถควบคุมได้และยังมีการแข่งขันสูงอีกด้วย

           อย่างไรก็ตามหากใครที่ต้องการซื้อหน้ากากอนามัยในช่วงเวลานี้สามารถที่จะหาซื้อได้ตามร้านขายของทั่วไปก็มีรวมถึงตามร้านขายยาทั่วไปก็มีเช่นเดียวกันแต่คุณภาพของหน้ากากอนามัยก็จะขึ้นอยู่กับราคาเช่นเดียวกันและที่สำคัญก็จะขึ้นอยู่กับว่าหน้ากากอนามัยนั้นผลิตมาจากประเทศไหนอีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามหากต้องการซื้อหน้ากากอนามัยควรดูหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานและที่สำคัญนอกจากจะป้องกันเชื้อไวรัส covid ได้แล้วไปหาซื้อหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้จะเป็นการดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

การเมืองไทยวุ่นกำลังจะทำเศรษฐกิจไทยพัง

         อาจกล่าวได้ว่าเรื่องเกี่ยวกับการเมืองกับเรื่องของเศรษฐกิจนั้นเป็นของที่อยู่คู่กันกันเลยทีเดียวอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้เรื่องการเมืองกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาวะเศรษฐกิจของไทย.

    โดยจะเห็นได้จากการที่นักศึกษาออกมาชุมนุมตามสถานที่ต่างๆนั้นมักจะเลือกชุมนุมที่เป็นตึกเศรษฐกิจที่มีบริษัทร้านค้าขนาดใหญ่เป็นโซนเศรษฐกิจของประเทศซึ่งแน่นอนว่าเหล่าผู้บริหารหรือกลุ่ม CEO ต่างๆที่เป็นเจ้าของกิจการต่างก็พากันหวาดกลัวว่าถ้าหากว่าการประท้วงเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองยังคงมีอยู่ต่อไปแบบนี้ผลกระทบที่ตามมากับบริษัทหรือร้านค้าของพวกเขานั้นจะมีมากส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนานไปถึงปัญหาเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมากเลยทีเดียว

         สถานการณ์ในปัจจุบันนั้นเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ไม่ใช่ว่าจะดีอยู่แล้วเราต้องมาเจอสภาวะการเรียกร้องทางการเมืองซึ่งตอนนี้กำลังสอบเค้าว่าจะเกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอาจจะทำให้เศรษฐกิจของไทยที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้พังไปเลยก็เป็นไปได้

ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะมีการประท้วงเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองและเจ้าของธุรกิจก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้แต่ทางด้าน CEO ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจต่างก็มีความรู้สึกเป็นกังวลใจกันอย่างมากว่าหากยังมีการประท้วงต่อเนื่องกันไปเป็นระยะเวลานานจะส่งผลกระทบกับปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมากเลยทีเดียวหลังจากที่มีการสอบถาม CEO เป็นจำนวนทั้งสิ้น 200 คนปรากฏว่าให้ข้อมูลตรงกันว่าพวกเขานั้นเกิดความรู้สึกหวาดกลัวว่าการชุมนุมทางการเมืองนั้นจะส่งผลทำให้ธุรกิจของพวกเขานั้นได้รับความเสียหายซึ่งความเชื่อมั่นว่าจะมีผลต่อปัญหาเศรษฐกิจนั้นมีสูงถึง 57 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 

           แต่อย่างไรก็ตามหากเราดูจากการวิเคราะห์ของเหล่า CEO ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่แล้วต่างก็พากันหวั่นเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจการค้าขายสินค้าของพวกเขาอาจจะไม่สามารถที่จะค้าขายได้ดีเหมือนกับที่ผ่านมาเพราะว่าตรงบริเวณจุดที่มีการชุมนุมทางการเมืองนั้นจะส่งผลทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้สะดวกและประชาชนจะไม่สามารถเข้ามาซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าได้แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มที่ขายสินค้าตามบริเวณถนนข้างทางกลับมองว่าการชุมนุมทางการเมืองส่งผลให้สินค้าของพวกเขานั้นขายได้ดีมากยิ่งขึ้นเพราะสินค้าที่เขานำมาขายนั้นผู้ชุมนุมต่างก็หันมาซื้อสินค้าทำให้พวกเขานั้นขายสินค้าได้ดีกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

              ดังนั้นหากมองในมุมมองภาพรวมขนาดใหญ่เกี่ยวกับเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ๆแล้วแล้วก็พวกเขาหวั่นเกรงเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมจะทำให้เศรษฐกิจของไทยนั้นมีปัญหาแต่ในขณะที่หากมองในวิถีของชาวบ้านที่เปิดร้านขายของเล็กๆน้อยๆนั้นพวกเขามองว่านี่คือสิ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้เขาอย่างมากในช่วงเวลานี้กันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    sa gaming app

กทม. ถูกสั่งชะลอการขึ้นราคารถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวจากกระทรวงคมนาคม 

            เมื่อวันที่ 16 เดือนมกราคมปีพศ 2564   จากกรุงเทพฯต่างก็ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับประกาศที่ส่งมาจากกรุงเทพฯว่าจะมีการปรับเปลี่ยนได้เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวซึ่งมีรายละเอียดของข้อมูลของแต่ละสถานีรวมถึงถ้าหากเดินทางตั้งแต่ต้นสถานีไปยังปลายทางสถานีจะถูกได้เก็บรวมอยู่ที่ 104 บาท และจากยอดเงินดังกล่าวนี้เองที่ทำให้คนกรุงเทพฯออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกิดดราม่าอย่างหนักเนื่องจากว่าเป็นการเรียกเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS ที่สูงเป็นอย่างมากเพราะมีหลายคนที่ทำงานในกรุงเทพฯนั้นรับเงินค่าจ้างเป็นแบบรายวันซึ่งแต่ละคนนั้นก็ได้เงินค่าจ้างกันไม่เกินวันละ 300 บาทเพียงเท่านั้นตอนนี้คือราคาแรงงานขั้นต่ำของคนงานนั้นเอง

        นอกจากนี้กลุ่มคนที่ทำงานบริษัทต่างๆก็ออกมาพูดถึงเงินเดือนที่พวกเขาได้รับนั้นหากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขนาดนี้ก็จะทำให้พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะครองชีพในกรุงเทพฯได้อีกต่อไปเพราะไม่คุ้มกับค่าเดินทางเลย  และเมื่อมีกระแสดราม่าเกิดขึ้นมากมายภายในวันเดียวนี้เองทั้งด้านกระทรวงคมนาคมจึงได้ตัดสินใจที่จะมีการยื่นเอกสารไปยัง กทม. เพื่อทำการสั่งให้ชะลอการขึ้นราคารถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่าทางด้านกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นแล้วว่าถ้าหากว่าทาง กทม. มีการขึ้นราคารถไฟฟ้าในช่วงเวลานี้จะมีผลต่อประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นอย่างมากเพราะว่าจะเป็นการสร้างภาระให้กับชาวกรุงเทพฯและปริมณฑลนั่นเอง

         อย่างไรก็ตามทางด้านกระทรวงคมนาคมมองว่าถ้าหากว่าทางด้าน กทม. ต้องการที่จะมีการเรียกเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวดังนั้นบางท่านกทมก็ควรจะมีการเรียกเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวให้เท่าเทียมกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆด้วยเพราะโดยปกติแล้วในขณะนี้รถไฟฟ้า BTS สายอื่นๆนั้นมีการเรียกเก็บอยู่ที่ราคาไม่เกิน 42 บาทเท่านั้นเอง  

           อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ยังต้องรอแนวทางประกาศจากทางกทมอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากว่าในขณะนี้ทางด้านกระทรวงคมนาคมนั้น เป็นเพียงแค่การยื่นเอกสารไปถึงทางกทมเพียงเท่านั้นแต่ยังไม่ได้มีการอนุมัติมาจาก กทม.  ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่เรื่องนี้คงจะต้องรอให้ทางกทมนั้นมีการนำเสนอในที่ประชุมจากหลายๆหน่วยงานก่อนและเมื่อผลอนุมัติออกมาเป็นแบบไหนก็จะมีการประกาศให้กับประชาชนทราบอีกครั้งหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วประชาชนคนกรุงเทพฯนั้นจะได้ใช้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวในราคาที่ถูกลงหรือไม่

      แน่นอนว่า พวกเราชาวกรุงก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทาง กทม. จะเข้าใจคนทำงาน และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ไปก่อนนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บ ufabet

กกพ.อนุมัติฟ้าประจำเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ปี2564 ลง2.89 สตางค์ต่อหน่วย 

             มีการเปิดเผยออกมาจากสำนักงาน  กกพ.  เกี่ยวกับเรื่องของการประชุมปรึกษาหารือกันโดยเรื่องที่มีการเปิดเผยออกมานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่ทาง  กกพ. จะมีการลดการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าของประชาชนที่มีการใช้งานช่วงประมาณเดือนมกราคมปีพศ2564 จนถึงเดือนมีนาคมปีพศ. 2564   โดยจำนวนที่รถนั้นจะคิดลดลงมา สูงถึง 2.8 9 สตางค์ต่อหน่วยเลยทีเดียว

        ส่วนสาเหตุที่ทางด้านสำนัก กกพ. ได้มีการออกมาช่วยเหลือประชาชนด้วยการลดอัตราค่าไฟแบบผันแปรนั่นก็เพราะว่า ทางด้าน  กกพ. อยากจะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลานี้ที่ปัจจุบันนี้ประชาชนมีค่าครองชีพที่สูงขึ้นดังนั้นการช่วยเหลือเรื่องของการลดค่าไฟจึงจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อีกช่องทางหนึ่ง

         คือสาเหตุหลักที่ทำให้ทางด้านสำนัก กกพ. สามารถลดค่าไฟให้กับประชาชนได้นั่นก็เพราะว่าในขณะนี้ราคาก๊าช  ที่มีการขายกันอยู่ในอ่าวไทยในขณะนี้ได้มีการปรับราคาให้ถูกลงมาส่งผลให้ทางด้านสำนักงาน  กกพ. เองก็ซื้อการ์ดในราคาที่ถูกลงด้วยเช่นเดียวกันก็ในปัจจุบันนี้การผลิตไฟฟ้าทางด้าน กกพ. ได้มีการนำก๊าซมาช่วยในเรื่องของการผลิตดังนั้นเมื่อการ์ดราคาถูกลงค่าไฟก็สามารถเรียกเก็บกับประชาชนได้ลดลงเช่นเดียวกันก่อนหน้านี้ที่ค่าไฟมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นนั่นก็เพราะว่าก่อนหน้านี้ก๊าซในอ่าวไทยมีราคาเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

           ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการเรียกเก็บอัตราค่าบริการค่าไฟว่าจะมีการเรียกเก็บถูกหรือแพงนั้นก็ขึ้นอยู่กับความผันผวนของก๊าซที่มีการจำหน่ายในอรทัยเพราะก๊าซคือแหล่งเชื้อเพลิงที่จะสามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้นั่นเองเพราะถ้าหากว่าซื้อการ์ดมาในราคาแพงก็จำเป็นที่จะต้องเรียกเก็บค่าไฟแพงแต่เมื่อราคาก๊าซถูกลงทางด้านสำนักงาน  กกพ.ก็จะลดราคาการเรียกเก็บค่าไฟลงเช่นเดียวกัน  

          อย่างไรก็ตามปัจจัยในเรื่องของการเรียกเก็บค่าไฟว่าจะถูกหรือแพงนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกันถ้าหากว่าเรายังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มว่าจะแย่ลงไปเรื่อยๆการเรียกเก็บค่าไฟก็อาจจะมีการต้องเพิ่มการลบให้แพงขึ้นกว่าเดิมเพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีค่าครองชีพก็จะสูงสินค้าต่างๆก็จะมีรายการแข่งขึ้นดังนั้นเมื่อแหล่งผลิตไฟฟ้าอย่างเช่นก๊าซในอ่าวไทยแปลงขึ้นก็จำเป็นจะต้องมีการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นนั่นเองดังนั้นอาจพูดได้ว่าราคาเรียกเก็บค่าไฟฟ้าก็ขึ้นอยู่กับความผันผวนของอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราในปัจจุบันนั้นเองว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่า sa gaming

แผนการตลาดใหม่ของรถยนต์แบรนด์ Peugeot 

            สำหรับรถยนต์แบรนด์ Peugeot   เป็นรถยนต์ที่เรามักจะเห็นในประเทศไทยซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีราคาค่อนข้างสูงดังนั้นประชาชนคนไทยส่วนใหญ่จึงมักไม่ค่อยนิยมซื้อรถยนต์แบรนด์นี้กันมากนัก  โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าสำหรับรถยนต์แบรนด์ Peugeot นั้นจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปหัวสิงโตและมีคำว่าเปอร์โยกำกับเอาไว้

        อย่างไรก็ตามสำหรับรถยนต์แบรนด์นี้นั้นเป็นรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสซึ่งมีการนำมาขายในประเทศไทยและมีศูนย์บริการอยู่ในประเทศไทยด้วยโดยผู้ดูแลตลาดรถยนต์เปอร์โยในประเทศไทยนั้นเป็นบริษัทเบลฟอร์ดออโตโมบิลจำกัด   เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการดูแลนำรถยนต์แบรนด์ Peugeot มาขายในประเทศไทย

            ซึ่งบริษัทดังกล่าวนั้นอยู่ภายใต้การดูแลในเครือของ mgc Asia   และเมื่อปีที่แล้วก็ทำการขายรถยนต์แบรนด์ประโยคนี้ได้ทั้งหมด 435 คันซึ่ง รถยนต์แบรนด์ Peugeot นี้เพื่อนำมาขายในประเทศไทยได้เพียงแค่ปีกว่าๆเท่านั้นโดยครั้งแรกที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยหรือนำมาเข้ามาเป็นศูนย์จำหน่ายในประเทศไทยนั้นเริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2562 นี่เองโดยปีแรกที่นำมาขายก็สามารถขายรถยนต์แบบนี้ได้ถึง 119 คันเลยทีเดียว

         สำหรับในประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการผลิตรถยนต์แบรนด์นี้ไม่มีโรงงานในการผลิตโดยตรงแต่ถูกนำเข้ามาจำหน่ายผ่านทางประเทศมาเลเซียโดยประเทศไทยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องของการค้าเสรีอาเซียนเอาไว้ซึ่งข้อตกลงนี้มีประเทศมาเลเซียรวมอยู่ในกลุ่มประเทศในอาเซียนด้วยทำให้เมื่อมีการซื้อขายสินค้าการเกิดขึ้นโดยอย่างยิ่งในเรื่องของการนำรถยนต์เข้ามาขายในประเทศไทยนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเสียภาษีการนำเข้ายานยนต์นั้นเอง

       อย่างไรก็ตามมีการวางแผนเกี่ยวกับเรื่องของการตลาดรูปแบบใหม่ของรถยนต์แบรนด์ Peugeot ว่าเนื่องจากว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นผลการตอบรับรถยนต์แบบนี้ค่อนข้างได้ผลดีมาก แต่คนไทยส่วนใหญ่นั้นนิยมใช้รถยนต์เป็นรถกระบะหรือไม่ก็รถเก๋งขนาดเล็กกันมากกว่ารวมถึงรถตู้และรถ SUV

            ดังนั้นทางผู้บริหารของแบรนด์ Peugeot  มองว่าการผลิตรถยนต์มาขายให้กับคนไทยนั้นก็ควรจะต้องดูการตลาดดูความต้องการของประชาชนคนไทยเป็นหลักว่าต้องการใช้รถยนต์ประเภทไหน ดังนั้นจึงทำให้มีการวางแผนในอนาคตว่าทางแบรนด์ Peugeot  นั้น 

           จะมีการนำเข้ารถยนต์แบน Peugeot ประเภทรถกระบะรวมถึงรถเก๋งขนาดเล็กและอาจจะมีรถตู้และรถ SUV นำเข้ามาขายด้วยแต่ยังไม่มีการระบุเวลาว่าการนำรถยนต์แบรนด์ Peugeot รุ่นใหม่พวกนี้นั้นจะนำมาเข้ามาขายได้ในช่วงเวลาไหนนั่นเองเพราะต้องรอดูสถานการณ์ของเศรษฐกิจในช่วงนี้ด้วยเช่นเดียวกัน 

         สำหรับศูนย์บริการของรถยนต์แบรนด์  Peugeot  ในขณะนี้นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 สาขาทั่วกรุงเทพฯ  และเป็นศูนย์บริการ เป็นแบบครบวงจรดูแลทุกอย่างให้กับลูกค้าที่มาซื้อรถยนต์ของแบรนด์ Peugeot นั่นเอง   และในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะมีการเปิดศูนย์บริการของแบรนด์ Peugeot ไปยังต่างจังหวัดอีกด้วยโดยจะเน้นที่จังหวัดใหญ่ๆไม่ว่าจะเป็นที่ภูเก็ตรวมถึงอุบลราชธานีและอาจจะมีที่หาดใหญ่อีกด้วยนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

สิ่งที่รัฐบาล ควรเร่งแก้ไข ไม่ใช่แค่นโยบายลอยๆ  

              เมื่อวันที่ 21 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564   นายใหญ่ของบริษัท  ซึ่งเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์  เป็นบริษัทที่จำหน่ายบ้านและคอนโดมิเนียมยักษ์ใหญ่ของไทย  ได้ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิดในตอนนี้ว่าสิ่งที่คนทั้งโลกได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้นับได้ว่าเป็นวิกฤตครั้งใดซึ่งวิกฤตในครั้งนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยหรือแม้แต่คนที่มีฐานะยากจนและยังส่งผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจอย่างมาก

          เพราะจากสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าครั้งแรกจนการระบาดครั้งที่ 2 นี้ทำให้เศรษฐกิจของไทยนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักถึงขนาดที่ตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยทีเดียว  เรียกได้ว่าสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ประชาชนคนไทยไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมได้อีกต่อไปและที่สำคัญปกติแล้วเศรษฐกิจของไทยจะมาจากเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวแต่ในขณะนี้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้เรียกได้ว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็น 0 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวิธีการดำเนินธุรกิจของประชาชนคนไทยเลยก็ว่าได้ 

  ดังนั้นนายเศรษฐาจึงมีความคิดเห็นว่าถ้าหากรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและอยากให้ประชาชนกลับมามีกำลังซื้อเหมือนเดิมดังนั้นรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีการเข้ามาดูแลผู้ประกอบการที่มีขนาดเล็กและขนาดกลาง  

เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีออกนโยบายมาช่วยเหลือผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจมีตอนนี้แต่นโยบายที่สามารถช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจได้จริงๆมีแค่เพียงบางนโยบายเท่านั้นซึ่งบางนโยบายนั้นก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้อย่างแท้จริงดังนั้นสิ่งที่จะสามารถช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจ sme นั่นก็คือการช่วยผลักดันเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ

    สำหรับธุรกิจในประเทศไทยนั้นมีหลายธุรกิจด้วยกันไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับด้านก่อสร้างหรือแม้เกี่ยวกับด้านการออกแบบและตกแต่งบ้านอาหารรวมถึงธุรกิจการท่องเที่ยวการโรงแรมและธุรกิจเกี่ยวกับขายสินค้าที่เป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ซึ่งธุรกิจเหล่านี้มีความเกี่ยวโยงกัน 

          อย่างเช่นถ้าธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์จะมีการก่อสร้างบ้านสักหลังนึงเพื่อขายก็จะต้องมีการซื้อของที่เป็นพวกอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆรวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้านเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้ในการตกแต่งบ้าน

ซึ่งแน่นอนว่า ธุรกิจเหล่านี้เกี่ยวพันกันเป็นแบบลูกโซ่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลยทีเดียวดังนั้นถ้าหากสามารถช่วยผู้ประกอบการอย่างเช่นบริษัทที่ทำด้านอสังหาริมทรัพย์ก็จะสามารถทำให้ธุรกิจไปในประเทศไทยนั้นเติบโตต่อไปได้อย่างแน่นอน  ดังนั้นการช่วยผู้ประกอบการจึงเป็นสิ่งที่ควรรีบหาทางจัดการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน         

 

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

กำลังเป็นที่ฮือฮากับข่าวที่มีการโพสต์จากดร. มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ 

ซึ่งได้มีการโพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวโดยมีการระบุเกี่ยวกับข่าววงในที่มีการพูดถึงสำนักข่าวของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ว่าเมื่อวันที่ 31 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 ทางผู้บริหารของบริษัทเดลินิวส์ได้ตัดสินใจที่จะปลดพนักงานที่อยู่แผนกออนไลน์จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมดออกโดยให้มีผลทันทีซึ่งพนักงานหลายคนนั้นตกใจมากเนื่องจากว่าไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าจะเป็นการมาทำงานวันสุดท้าย

โดยข่าวนี้มีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในช่วงเวลา 13:00 น ของวันที่ 31 เดือนกรกฎาคมนั่นเองโดยในข้อความที่มีการแชร์กันนั้นมีการระบุเอาไว้ว่าหนังสือพิมพ์ยี่ห้อเดลินิวส์ได้มีการเลิกจ้างพนักงานโดยที่ไม่มีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าซึ่งได้มีการส่งเอกสารแจ้งพนักงานอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าในวันรุ่งขึ้นนั้นพนักงานที่ได้รับเอกสารไม่ต้องเดินทางมาทำงานที่บริษัทอีกแล้ว

โดยทางบริษัทของสำนักข่าวเดลินิวส์จะมีการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานพร้อมทั้งจ่ายเงินตามกฎหมายแรงงานให้มีการระบุไว้เกี่ยวกับเรื่องของการสัญญาการเลิกว่าจ้างและจะยังมีค่าตอบแทนซึ่งเป็นค่าตกใจที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้กับพนักงานอีกคนละ 1 เดือนอย่างไรก็ตามได้มีข่าวเพิ่มเติมอีกว่าในเดือนสิงหาคมนี้ทางผู้บริหารของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์จะมีการพิจารณาเลิกจ้างพนักงานของทางด้านหนังสือพิมพ์เพิ่มอีกซึ่งยังไม่รู้ว่าจะต้องมีการเลือกตั้งอีกจำนวนกี่ราย

             สำหรับข่าวที่ออกมานี้ถือว่าเป็นข่าวที่สร้างความแตกตื่นให้กับวงการสื่อมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่าหนังสือพิมพ์ของเดลินิวส์นั้นมีการเปิดมานานหลายสิบปีแล้วและมีพนักงานเป็นจำนวนมากซึ่งทางเจ้าของบริษัทนั้นก็มีเงินหมุนเวียนอยู่ในระดับที่สูงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานแบบกะทันหันเช่นนี้ทั้งนี้ต้องรอว่าข่าวลือดังกล่าวนั้นมีข้อมูลความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหนโดยรอผู้บริหารของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

           สำหรับสถานการณ์ของหนังสือพิมพ์ไม่ว่าจะเป็นของหนังสือพิมพ์ยี่ห้อไหนตอนนี้ถือได้ว่าสถานการณ์นั้นไม่ค่อยดีมากนักเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมอ่านหนังสือพิมพ์ผ่านทางกระดาษกันแล้วโดยส่วนใหญ่นั้นการอ่านข่าวจะเน้นการอ่านผ่านทางระบบออนไลน์

เพราะสามารถอ่านย้อนหลังได้รวมถึงอ่านที่ไหนก็ได้ไม่ต้องถือเอกสารที่เป็นกระดาษแผ่นใหญ่ๆให้ยุ่งยากทำให้จำนวนนักข่าวของหนังสือพิมพ์นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีการสร้างไว้เยอะมากนักก็ได้ซึ่งต้องรอดูว่านอกจากเดลินิวส์แล้วยังมีสำนักพิมพ์บริษัทอื่นอีกหรือไม่ที่จะต้องมีการปลดพนักงานออกไป ต้องรอดูกันว่าวงการสื่อในตอนนี้จะมีการสั่นสะเทือนมากแค่ไหน

 

สนับสนุนโดย.    เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น